หน้าแรก เศรษฐกิจ 2 สาวทายาท &#...

2 สาวทายาท ‘เฮียเพ้ง-เหยียนปิน’ ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ผุดบิ๊กโปรเจ็กต์ เรนวูด

23.06.22 | 10:00 น.

2 สาวทายาท ‘เฮียเพ้ง-เหยียนปิน’ ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ผุดบิ๊กโปรเจ็กต์ เรนวูด

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.พิชญา รักตพงศ์ไพศาล บุตรสาวของ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ น.ส.วรพนิต รวยรุ่งเรือง บุตรสาวของนายชาญชัย รวยรุ่งเรือง หรือ “เหยียน ปิน” แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เรนวูด ปาร์ค คลอง 11 ลำลูกกา” เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบคอมมูนิตี้ มูลค่า 2-3 หมื่นล้านบาท บนที่ดินกว่า 2 พันไร่

น.ส.พิชญา รักตพงศ์ไพศาล ผู้จัดการโครงการเรนวูด ปาร์ค เผยว่า โครงการ “เรนวูด ปาร์ค คลอง 11 ลำลูกกา” เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างสองตระกูล คือ “รักตพงศ์ไพศาล” และ “รวยรุ่งเรือง” เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบคอมมูนิตี้ ให้บริการแบบครบวงจร ระดับลักชัวรี่ (Luxury) บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ เพื่อรองรับกับความต้องการที่อยู่อาศัย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วน คาดว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน (ไฮเอนด์) ยังมีความต้องการสูงทั้งคนไทยและต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาพำนักในประเทศแบบครอบครัว

น.ส.พิชญากล่าวว่า โครงการ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ และขนาดกลาง จำนวน 100 หลัง ที่สร้างบ้านตามขนาดพื้นที่ตามความต้องการของลูกค้า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟ ขนาดมาตรฐาน 18 หลุม เพื่อการแข่งขัน และขนาด 9 หลุม เพื่อฝึกนักกอล์ฟเยาวชนคนรุ่นใหม่ สปอร์ตคลับ คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์สุขภาพ หรือเฮลธ์ แอนด์ เวลเนส (Health and Wellness) โรงเรียนนานาชาติ บ้านพักผู้สูงอายุที่เป็นการเปิดให้มีการเช่าระยะสั้นและระยะยาว เพื่อรองรับกับสังคมผู้สูงอายุของไทยและทั่วโลก

Advertisement

น.ส.พิชญากล่าวว่า ภายในโครงการมีการออกแบบให้มีลู่วิ่ง และลู่จักรยาน เป็นสถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้งใกล้ชิดกับธรรมชาติ ประกอบกับจัดสรรพื้นที่ในโครงการในรูปแบบกรีนเฮาส์ (Green House) เป็นโรงเรือน ปลูกผัก และผลไม้ปลอดสารพิษ จัดจำหน่ายให้กับผู้พักอาศัยในโครงการ

น.ส.พิชญากล่าวว่า แผนพัฒนาโครงการ แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรก ประกอบไปด้วยสนามกอล์ฟ 18 หลุม โรงเรียนนานาชาติ สปอร์ตคลับ จะเปิดขายพรีเซลในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จากความเชี่ยวชาญของนักออกแบบที่ให้ความสำคัญในพัฒนาโครงการให้มีความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน ที่สร้างโครงการให้มีเอกลักษณ์ มีความเฉพาะตัว มีความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิต แบบ One Stop Service เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ในทุกด้าน เพื่อคนทุกช่วงวัย ปัจจุบันก่อสร้างโครงการระยะแรกไปแล้วกว่า 50% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2565

น.ส.พิชญากล่าวว่า ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นการก่อสร้างบ้านพักผู้สูงอายุ รองรับกับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีกำลังซื้อสูง เพื่อเป็นบ้านพักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกด้านที่ครบครัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่พร้อมเปิดให้บริการกับกลุ่มลูกค้าทั่วไป ทั้งที่อยู่อาศัยในโครงการ และหมู่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีอยู่จำนวนมาก ส่วนระยะที่ 3 เป็นการก่อสร้างโครงการบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่บนพื้นที่รอบสนามกอล์ฟ พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรแบ่งเป็น 2 ขนาด เปิดขายบ้านพร้อมที่ดินโดย บ้านขนาดใหญ่ เนื้อที่ 1-2 ไร่ ส่วนบ้านขนาดกลาง 150-180 ตารางวา ออกแบบสไตล์ยุโรป

น.ส.พิชญากล่าวว่า การออกแบบโครงการ เน้นการออกแบบบ้าน และพื้นที่ของโครงการให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติให้มากที่สุด จะเห็นได้จากโครงการบ้านพักผู้สูงอายุ ที่จะพัฒนา 621 ยูนิต แบ่งเป็น 5 โซน บนเนื้อที่ 125 ไร่ แต่ละโซนประกอบด้วย บ้านเดี่ยว และบ้านแฝด สไตล์ยุโรป แบ่งเป็นโซน 1 จำนวน 112 ยูนิต โซน 2 จำนวน 146 ยูนิต โซน 3 จำนวน 110 ยูนิต โซน 4 จำนวน 141 ยูนิต โซน 5 จำนวน 112 ยูนิต

“สำหรับการพัฒนาโครงการบ้านเพื่อคนสูงวัย คำนึงการทุกการออกแบบเพื่อกลุ่มผู้สูงวัย เพื่อความปลอดภัยและตอบโจทย์ของการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ เช่น การสร้างทางเดิน (ทางลาดยกสูง) ที่เชื่อมถึงชั้นสอง มีคลับเฮาส์ เรียกว่า Town Hall ที่เป็นศูนย์กลางในพื้นที่บ้านเพื่อคนสูงวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ร้านอาหาร สปา ห้องนวดและกายภาพ ร้านทำผม ห้องสมุด ฟิตเนส รวมทั้งยังมีศูนย์รวมเพื่อความผักผ่อนและบันเทิง เช่น ห้องเต้นรำ ห้องโยคะ เป็นต้น” น.ส.พิชญากล่าวว่า

น.ส.พิชญากล่าวว่า นอกจากนี้ ภายในโครงการได้จัดสรรที่ดินเพื่อการปลูกผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ เพื่อไว้บริการสำหรับสมาชิก ซึ่งองค์ประกอบของคลองรอบโซนที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นพื้นที่สันทนาการพักผ่อน โดยปราศจากเส้นทางรถยนต์ เพื่อจำกัดการปล่อยมลพิษ โดยมีข้อกำหนดใช้แต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียว ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม พลังงานสะอาด เพื่อให้เป็นโซนที่พักอาศัยคาร์บอนต่ำ ซึ่งทั้งโครงการจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน ซึ่งโครงการจะเป็นรูปแบบเชื่อมถึงกันทั้งหมด

“จุดเริ่มต้นของบิ๊กโปรเจ็กต์นี้ เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดช่วงปี 2563 โดยนายชาญชัย รวยรุ่งเรือง และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ซึ่งเป็นคุณลุงและคุณพ่อ ที่มีแนวคิดริเริ่มร่วมกันว่าน่าจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่สักแห่งหนึ่ง ที่เป็นพื้นที่สำหรับความปลอดภัยจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย และต้องเป็นทำเลที่ดี มีศักยภาพและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก จึงเห็นว่าพื้นที่บริเวณคลอง 11 อ.ลำลูกกา เหมาะสมที่สุด ด้วยขนาดพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ มีสภาพแวดล้อมและอากาศที่ดี เอื้อประโยชน์กับการทำโครงการขนาดใหญ่ และไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม เชื่อว่าเป็นทำเลที่เหมาะสม ในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี” น.ส.พิชญากล่าว

ด้าน น.ส.วรพนิต รวยรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่โครงการ เรนวูด ปาร์ค กล่าวว่า พื้นที่โครงการ เรนวูด ปาร์ค ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ใน จ.ปทุมธานี มูลค่าการลงทุนประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท ภายใต้การบริหารของกลุ่ม Reignwood Group คาดว่าการพัฒนาโครงการจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี 2568 เป็นการพัฒนาโครงการที่มีทำเลใกล้กรุงเทพฯ มีเส้นทางเชื่อมต่อระบบขนส่งขนาดใหญ่ ทั้งสนามบินหลักสองแห่ง คือ สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังใกล้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ มีความสะดวกสบายต่อการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อการติดต่อธุรกิจ และการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวของไทย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยเป็นพื้นที่เป้าหมายของการลงทุน เพราะมีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่ติดอันดับความสวยงาม ส่งผลให้ทำเลที่อยู่อาศัยในไทยหลายพื้นที่เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติอย่างมาก

“โครงการ เรนวูด ปาร์ค พร้อมจะเปิดกว้างให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ โดยไม่จำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิก แต่ต้องปฏิบัติตามแนวทางหรือข้อกำหนดของโครงการที่วางไว้ แต่เชื่อว่าสำหรับสมาชิกแล้วจะเป็นโครงการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตที่ครบในทุกๆ ด้านของคนในสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี” น.ส.วรพนิตกล่าว