ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยพันธกิจของโคเวสโตร คือ การส่งเสริมนวัตกรรมและการเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สามารถทำกำไร และยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งมอบคุณค่าและความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลัง เราจึงทุ่มเทการดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนกรอบความคิดในเรื่องการใช้แล้วทิ้ง ด้วยการค้นหาวิธีการใหม่ ๆ ในการใช้ทรัพยากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำกลับมาใช้ใหม่ ด้วยกระบวนการรีไซเคิลตลอดทั้งวงจร เพื่อช่วยลดปัญหาจากขยะพลาสติก รวมถึงผลักดันการลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการผลิตผลิตภัณฑ์
ล่าสุด เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โคเวสโตรได้ประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Neutrality Target) ภายในปี ค.ศ.2035 ดังนั้นกิจกรรมการคืนคุณค่าให้พลาสติกในโครงการ “มือวิเศษ กรุงเทพ” จึงมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายการจัดทำโครงการ “Hands for a Brighter World…สร้างสรรค์โลกให้สดใสขึ้นได้ด้วยมือเรา” ของโคเวสโตร เพราะรวมหัวใจสำคัญของโคเวสโตรในเรื่องความปลอดภัยและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน สามารถคืนคุณค่าให้ขยะพลาสติก (Waste to Value) กลับมาเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยของพนักงานทำความสะอาดของ กทม. และกลุ่มงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองมาบตาพุดที่เราจะนำชุดที่ได้จากการรีไซเคิลขวดพลาสติกเหล่านี้ไปมอบให้ต่อไป
นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด “โครงการ Hands for a Brighter World เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมล่าสุดของโคเวสโตรที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อรักษาสมดุลของทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด และให้ความสำคัญเรื่องคาร์บอนฟุต พริ้นท์ (Carbon Footprint) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมยุคใหม่ในระยะยาว และที่สำคัญโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากในเรื่องความร่วมมือของหลาย ๆ ภาคส่วนที่ตระหนักถึงปัญหา มาร่วมมือกันช่วยลดและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก เพื่อสร้างเสริมความยั่งยืนทั้งในระดับชุมชน ระดับประเทศ และเพื่อให้โลกได้ยังคงอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งการจะทำให้เป้าหมายที่วางร่วมกันสำเร็จได้นั้น คนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานเดียวไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ แต่ต้องได้รับการร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจกันจากทุกภาคส่วน และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อโครงการค่ะ”
นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เผยว่า กทม. มีนโยบายในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนเกิดเป็นภาคีเครือข่าย โดยกิจกรรมที่ กทม. รณรงค์และอยากให้แต่ละองค์กรเข้าร่วมสนับสนุนอยู่มีด้วยกัน 4 ด้าน ได้แก่ การใช้พลังงานหมุนเวียน การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการและลดปริมาณขยะ และการบริหารระบบจราจร เริ่มด้วยกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อนซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดร้อมกัน 190 ประเทศทั่วโลกเนื่องในวันปิดไฟเพื่อโลก โดยจัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี การรณรงค์สร้างการรับรู้กับชุมชน 17 เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักแม่น้ำและตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดจากชุมชนที่จะลงไปทะเล ซึ่งดำเนินการไปแล้ว 3 เขต และปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ขออาสามาปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะของทาง กทม. หรือให้ กทม.จัดพื้นที่ปลูกต้นใม้ให้เพื่อสนับสนุนนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้นของท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เป็นต้น สำหรับโครงการ “มือวิเศษ กรุงเทพ” เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดย กทม.ทำหน้าที่เป็นคนกลางหาสถานที่ให้ประชาชนมาร่วมบริจาค ซึ่งทางโคเวสโตรได้จัดทำรูปแบบถังแยกขยะพลาสติกให้ดึงดูดและเป็นที่สนใจมากขึ้น ซึ่งจะทำให้นโยบายแยกขยะที่ต้นทาง เกิดขึ้นได้จริงในสังคมของคนกรุงเทพฯ เพราะเป้าหมายสำคัญ คือ ทำอย่างไรจะปลูกฝังให้เยาวชนและคนไทยช่วยกันแยกขยะอย่างเป็นระบบ และหากชุด PPE ที่รีไซเคิลจากขวดเพ็ทใสใช้แล้วประสบความสำเร็จ ได้มาตรฐานทั้งในเรื่องความปลอดภัยและสวมใส่สบายเหมาะสำหรับการทำงาน เราจะนำไปผลิตและแจกให้เป็นสวัสดิการให้กับพนักงานทำความสะอาดของเราให้เป็นแบบเดียวกันนี้ทั้งหมด

