เปิด 10 ธุรกิจ กลับมาคึกคัก รับกระแส ‘ชัชชาติ’ นั่งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่

เปิด 10 ธุรกิจ กลับมาคึกคัก รับกระแส ชัชชาติ-เปิดประเทศ-สลากดิจิทัล

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลวิเคราะห์ “10 ธุรกิจเด่น ครึ่งปีหลัง 2565” ว่า แม้จะอยู่ในช่วงสงครามสหรัฐ-ยูเครนไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ ปัญหาโควิดระบาดแม้เบาบางแต่หลายประเทศ รวมถึงไทย ยังต้องระวังกันอยู่ และกระแสตื่นตัวหลังได้ผู้ว่ากรุงเทพมหานครคนใหม่

ทั้งนี้ จากสำรวจ 10 ธุรกิจที่เริ่มดีขึ้นในช่วงหลังปี 2565 ได้แก่

1.ธุรกิจการแพทย์และความงามโดยเน้นธุรกิจที่ทำการซื้อขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์
2.ธุรกิจแพลตฟอร์มต่างๆ
3.ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
4.ธุรกิจด้านกีฬา
5.ธุรกิจจัดทำคอนเทนต์ต่างๆ โดยเฉพาะการรีวิวสินค้า
6.ธุรกิจด้านเวชภัณฑ์และทางการแพทย์รวมไปถึงธุรกิจจัดงานคอนเสิร์ต มหกรรมจัดแสดงสินค้า
7.ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์
8.ธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่
9.ธุรกิจสถานบันเทิงและธุรกิจยานยนต์
10.ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์แนวราบ และธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในเหตุผลหลักที่ทำให้ 10 ธุรกิจเด่นในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะดีขึ้น ได้แก่ กระแสการตื่นตัวของคนกรุงเทพมหานครที่ได้ผู้ว่าฯคนใหม่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ยังมีอยู่ เช่น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหารถติดและอื่นๆ ที่คน กทม.ส่วนใหญ่ต้องการเห็น ผู้ว่าฯคนใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ดีขึ้นหลังจากนี้ไป และกระแสการตอบรับการซื้อสลากดิจิทัลในราคา 80 บาท ในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่หมดลงเพียงระยะเวลาอันสั้น รวมถึงการคลี่คลายให้ธุรกิจบางประเภทเปิดบริการหลังจากเห็นว่าปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในประเทศเบาบางลง แม้ว่าจะยังไม่หมดไป แต่เริ่มปรับตัวดีขึ้นได้ ล้วนเป็นกระแสหลักทำให้คนรุ่นใหม่เห็นช่องทางทำธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นไปได้สูง หลังจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากปัญหาแพร่ระบาดโควิดทำให้ธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จึงเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสที่จะเริ่มทำธุรกิจต่างๆ เหล่านี้ได้

นอกจากนี้ ทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯมองเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง2565 มีโอกาสปรับตัวดีขึ้น ซึ่งหลายปัจจัยที่ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการเปิดประเทศทำให้ธุรกิจต่างๆ เริ่มขานรับโดยเฉพาะธุรกิจบริการและท่องเที่ยวที่จะดีขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งทำให้คนเริ่มจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสินค้าคงทน เช่น บ้านในแนวราบ รถยนต์และอื่นๆ เพื่อสอดรับกับเศรษฐกิจที่จะกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ส่วนสิ่งที่ประชาชนยังกังวลใจอยู่มาก สาเหตุหลักคือสงครามรัสเซียและยูเครนที่มองว่าจะยืดเยื้อยาวนานส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลก รวมถึงไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกแน่นอน ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้จะหมดมาตรการพยุงราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลอาจจะขึ้นไปมากกว่า 40 บาทต่อลิตร และหากเป็นเช่นนี้ยิ่งทำให้คนส่วนใหญ่จะลดการท่องเที่ยวและอยู่กับบ้านมากขึ้น ดังนั้น เหตุผลดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นที่ต้องการ

นายธนวรรธน์กล่าวว่า พร้อมกันนี้ได้สำรวจ 10 ธุรกิจดาวร่วงในครึ่งปีหลัง 2565 ได้แก่ 1.ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและเครื่องโทรสาร 2.ธุรกิจฟอกย้อม 3.ธุรกิจหัตถกรรมที่ไม่มีการออกแบบและราคาถูก 4.ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และวารสาร 5.ธุรกิจรับส่งสิ่งพิมพ์ตามบ้านและสถานที่ทำงาน 6.ธุรกิจโรงพิมพ์ การพิมพ์ เช่น หนังสือ แผ่นพับ ธุรกิจคนกลาง 7.ธุรกิจผลิตและขายต้นไม้ ดอกไม้ประดิษฐ์ 8.ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก 9.ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ไร้ฝีมือ หรือเสื้อผ้าโหล ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ ขายหนังสือ และ 10.ธุรกิจร้านถ่ายรูป เป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon