‘สรท.’ เชื่อส่งออกไทยปี’65 ปีนขึ้นจากเหวแล้ว ชี้สึนามิเศรษฐกิจจ่อเกิดขึ้นแน่นอน
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ภาคการส่งออกไทยในปี 2564 ที่ผ่านมา ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แม้ในช่วงปี 2563 จะตกหลุมอากาศ เนื่องจากมีการระบาดโควิด-19 แต่ปี 2564 สามารถปีนขึ้นจากเหวได้ ผ่านตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวกว่า 17% และสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วง 4 เดือน (มกราคม-เมษายน) 2565 ตัวเลขส่งออกโตเฉลี่ยที่ 13.7% ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของภาคการส่งออกต่อจีดีพีไทย อยู่ที่ 56%
นายชัยชาญกล่าวว่า ทิศทางภาคการส่งออกไทยในปี 2565 ต้องยอมรับว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้เกิดวิกฤตในด้านห่วงโซ่อาหาร ราคาน้ำมันสูงขึ้น มาอยู่ประมาณ 110-120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากช่วงเดียวกันของปี 2564 อยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้นทั้งการผลิต การขนส่ง และการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ซื้อเรายังไม่สามารถหาทางออกได้ว่า จุดจบจะเป็นอย่างไร และวิกฤตของจริงในปี 2566 จะเป็นแบบใด จึงถือว่าปัญหาทั้งหมดตอนนี้กำลังขึ้นสู่ยอดเสา ไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้มากนัก ทำให้เราต้องคิดถึงนิวแชปเตอร์ หรือภาพใหม่ของภาคการส่งออก
“เราจึงต้องมาหารือร่วมกัน เพื่อหาทางป้องกันให้ชะลอผลกระทบให้ได้มากที่สุด และสามารถอยู่รอดให้ได้ ภายใต้บริบทแบบนี้ โดยสึนามิในด้านเศรษฐกิจไทย กำลังจะมีขึ้นแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว หากไม่ใช่ปลายปี 2565 ก็เป็นต้นปี 2566 ในช่วงที่เราจะก้าวไปข้างหน้า โอกาสก็ยังพอมีอยู่ ทำให้เราต้องรีบฉกฉวยโอกาสที่มีอยู่นี้ ” นายชัยชาญกล่าว
นายชัยชาญกล่าวว่า อัตราค่าเงินบาทในขณะนี้ที่ระดับ 35.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่าช่วยผู้ส่งออกได้มาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีนัก เพราะส่งผลให้ผู้นำเข้าสินค้าต้องจ่ายเงินมากขึ้น ทำให้สินค้าในประเทศปรับแพงขึ้น โดยค่าเงินบาทควรอยู่ที่ระดับ 33-34 35.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จึงจะมีความเหมาะสม แต่ในระดับปัจจุบัน ผู้ส่งออกต้องเร่งในเรื่องการส่งออกและรับชำระเงินด้วย เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สูญในอนาคต และปัญชะลอการจ่ายเงิน หรือผิดนัดชำระหนี้จากลูกค้าในต่างประเทศ ส่วนสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และค่าระวางเรือที่ยังคงสูงอยู่นั้น ประเมินว่าครึ่งหลังของปี 2565 น่าจะไม่สูงไปกว่าระดับนี้แล้ว ก่อนจะทยอยผ่อนคลายในไตรมาส 1/2566 เพราะมีการเพิ่มจำนวนตู้คอนเทนเนอร์และเรือ รวมถึงซัพพลาย-ดีมานด์เริ่มกลับเข้าสู่ความสมดุลย์แล้ว
นายชัยชาญกล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นกุญแจสำคัญของภาคการส่งออกคือ นโยบายซีโรโควิดของรัฐบาลจีน ทำให้เกิดการล็อกดาวน์ตามท่าเรือต่างๆ การขนส่งโลจิสติกส์ได้รับผลกระทบ เกิดการล่าช้าเกินกำหนด โดยในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา การนำเข้าสินค้ามายังไทยล่าช้ากว่าปกติ สาเหตุคือ การปล่อยเรือจากท่าเรือในจีนติดขัด ทำให้การส่งออกในช่วงที่ผ่านมา แม้เติบโตได้ดีแต่ก็เป็นการฝ่าฟันกันอยู่ตลอด ทำให้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา จีนได้ผ่อนคลายมาตรการออกมาเบื้องต้น จึงเห็นดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนลดลง การส่งออกสินค้าไปจีนจึงลดลง เฉลี่ยเหลือ 09% เท่านั้น แต่ในไตรมาส 3/2565 เป็นต้นไป ถือเป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าไปจีนมากขึ้น เพราะภาคการผลิตของจีนเริ่มกลับหัวขึ้นมาแล้ว ทำให้ตลาดจีนถือเป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ภาคการส่งออกปรับตัวได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถเติบโตได้ในครึ่งหลังปี 2565 ได้แก่ น้ำตาล อาหาร ยางพารา สิ่งทอ พลาสติก และเคมีภัณฑ์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนตลาดที่มีความหวัง ได้แก่ จีน เวียดนาม ตะวันออกกลาง และอินเดีย

