นายอภิชาต แสงจันทร์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (BLESS) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ที่ 1.40 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน โดยจะเสนอขายจำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้
ทั้งนี้ กำหนดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 29 มิถุนาย-1 กรกฎาคม และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า “BLESS” ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ทั้งนี้มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 5 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จํากัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จํากัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จํากัด (มหาชน) และบริษัท หลักทรัพย์เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
“การกำหนดราคาไอพีโอที่ 1.40 บาท ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมกันนี้เชื่อมั่นว่า BLESS จะได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากนักลงทุน เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าสนใจมาก เนื่องจากทีมผู้บริหารมีประสบการณ์มายาวนานกว่า 20 ปี เชี่ยวชาญด้านการควบคุมการก่อสร้างและพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถสร้างอัตราการทำกำไรขั้นต้นได้กว่า 30% ” นายอภิชาต กล่าว
นายชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มีแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปใช้เป็นเงินลงทุนในการซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ พร้อมชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ รองรับแผนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีข้างหน้า
“การระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมากขึ้น เพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ รองรับแผนการดำเนินงานในอนาคต เนื่องจากมีเครื่องมือในการระดมทุนที่หลากหลาย ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจลดลง เมื่อเทียบกับคู่แข่งนอกตลาด โดย BLESS มีแผนขยายโครงการอสังหาฯ แนวราบ เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้าที่มีระดับรายได้ปานกลาง-ระดับบน สร้างโอกาสการเติบโตธุรกิจในอนาคต ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

