นายสุชาติ เจียรานุสสติ กรรมการบริหาร เอสซีซีพี รีทส์ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ไทยแลนด์ ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้(ทีไพร์มรีท) เปิดเผยภายหลังนำกองทรัสต์เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) วันแรกว่า พอใจกับราคาหน่วยทรัสต์ที่ปรับเพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ 14 บาทต่อหน่วยจากราคาไอพีโอที่ 10 บาทต่อหน่วย แต่ยอมรับว่าราคาหน่วยที่เพิ่มขึ้นจะทำให้อัตราเงินจ่ายจากการดำเนินงาน(ผลตอบแทน) จะไม่ถึง 6-7%
อย่างไรก็ตาม สำหรับทีไพร์มรีทเป็นกองทรัสต์ที่เข้าลงทุนในกรรมสิทธิโครงการเอ็กเชน ทาวเวอร์ และสิทธิการเข่าที่ดินและอาคารโครงการเมอร์คิวรี่ทาวเวอร์ระยะเวลา 19 ปีซึ่งจะสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน 2578 ทั้งสองโครงการคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าทั้งส่วนของสำนักงานและพื้นที่ร้านค้ารวมทั้งสิ้น 67,653 ตารางเมตร มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 95-98% สามารถปรับขึ้นค่าเช่าได้ 15% ในระยะเวลา 3 ปี คิดอัตราค่าเช่าที่ประมาณ 800-900 บาทต่อตารางเมตร ไพร์มรีทปริมาณการอัตราเงินจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์สำหรับงวด 12 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559-30 กันยายน 2560 กรณีฐานที่ 7.20% แบ่งเป็นอัตราเงินจ่ายจากการดำเนินงาน 6.32% ที่เหลือเป็นอัตราเงินลดทุนจากสภาพคล่องส่วนเกินที่เกิดจากการตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายในการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์
ทั้งนี้ ทั้งสองอาคารมีจุดเด่นเนื่องจากเป็นอาคารสำนักงานเกรดเอที่ตั้งอยู่ในเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพ โดยมีการคมนาคมที่สะดวก และเป็นอาคารสำนักงานเพียงไม่กี่แห่งที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว ผู้เช่ามีความหลากหลายและมั่นคง ทั้งนี้ ในอนาคตกองทีไพร์มรีทมีนโยบายซื้อสินทรัพย์เข้ากองเพิ่มเติม โดยจะซื้อสินทรัพย์อาคารสำนักงานให้เช่าที่มีสภาพคล่องสูง มีอัตราการเช่ามากกว่า 90% และต้องอยู่ในเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพ

