‘จุรินทร์’ มอบ คน.คำนวณต้นทุน-ราคาสินค้า ย้ำคุมสินค้ามวลชนต้องไม่ให้ ปชช.เดือดร้อน คน.ไฟเขียวปุ๋ยปรับราคา ผู้ผลิตแจงข้าวถุงแพงจากลดโปรโมชั่น
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประเด็นการดูแลราคาสินค้า ที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า กระทรวงพาณิชย์จะใช้ “วิน-วิน โมเดล” และนโยบายทั้งเชิงรุกและเชิงลึก ดูลึกในสินค้าแต่ละตัว อะไรที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจริงและสูงขึ้นเท่าไหร่ จนกระทั่งการผลิตขาดทุนหรือเดินหน้าต่อไม่ได้ กระทรวงพาณิชย์ต้องพิจารณาว่าการปรับราคาควรเป็นเท่าไหร่ให้น้อยที่สุดให้ผู้บริโภคเดือดร้อนน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอำนาจของกรมการค้าภายในไปช่วยดู แต่ตนให้นโยบายไปแล้วว่าใช้ “วิน-วิน โมเดล” เช่น น้ำมันปาล์มขวดที่แพงขึ้นมาในช่วงหลังเยอะเพราะราคาผลปาล์มของเกษตรกรได้ราคาดีมาก เกษตรกรก็พอใจ แต่โรงสกัดกับโรงกลั่นน้ำมันขวดสำหรับผู้บริโภคไม่ค่อยพอใจเพราะต้นทุนแพงขึ้นเยอะ กระทรวงพาณิชย์พยายามกำกับราคาจำหน่ายไม่ให้ขึ้นสูงจนทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อนจนเกินสมควร เรียกว่า วิน-วินโมเดล แต่ถ้าอะไรจำเป็นต้องปรับต้องมีราคากำกับดูแลว่า ถ้าต้นทุนผลปาล์มเท่านี้ ราคาน้ำมันปาล์มขวดควรไม่เกินเท่าไหร่ ถ้าขายเกินถือว่าค้ากำไรเกินควร ปัจจุบันที่ติดตามตลอด ยังไม่เกินราคาที่กำกับ แต่แน่นอนว่าจะปรับสูงขึ้นบ้างเพราะผลปาล์มราคาสูงขึ้นมาก
“ดูแลมาตลอดจะเห็นว่ารายการราคาสินค้ามีทั้งคงเดิมที่ตรึงไว้ได้ ปรับขึ้นและมีทั้งลดลง ราคาสินค้าที่ลดลงมีหลายรายการ แต่พูดแล้วไม่เป็นข่าว เช่น ATK ที่หลายคนเป็นห่วงว่า ราคาปรับลดลง 30-40% แล้ว ฟ้าทะลายโจร ช่วงหนึ่งที่เป็นห่วงว่าจะแพง จนคนจะไม่มีเงินซื้อทานได้ตอนนี้ราคาก็ปรับลง หลายรายการมากที่ราคาปรับลดลงมา แม้แต่ข้าวสารถุงราคาก็ปรับลดลงมา แต่บางช่วงสินค้าบางรายการเป็นเรื่องของฤดูกาล เช่น มะนาวขึ้นอยู่กับฤดูกาลหน้าร้อนจะแพงเพราะออกน้อยหน้าฝนออกเยอะก็จะราคาถูก เป็นต้น ขึ้นกับแต่ละกรณี เมื่อไม่กี่วันที่บ่นว่ามะนาวแพงขณะนี้ราคาถูกลงแล้ว หรือผักชี ช่วงน้ำท่วมผักชีราคาแพงเพราะหายไปจากตลาด เมื่อปลูกเสริมเข้ามาใหม่ปริมาณเยอะราคาก็ลดลง เป็นต้น” นายจุรินทร์กล่าว
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าฤดูกาล เช่น มาม่า ซอสปรุงรส
นายจุรินทร์กล่าวว่า ให้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละยี่ห้อ แต่ละล็อตการผลิตดูลึกขนาดนั้น เพื่อดูแลผู้บริโภคให้ดีที่สุด ล็อตไหนต้นทุนไม่ขึ้นมากก็ขึ้นราคามากไม่ได้ ล็อตไหนที่ต้นทุนอยู่เท่าเดิมก็จะตรึงราคาไว้ ล็อตไหนที่ต้นทุนสูงขึ้นจริงก็จะพิจารณาตามข้อเท็จจริง ถ้าต้นทุนสูงขึ้นจริงก็จะต้องปรับเพื่อให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นของจะขาดแทนที่จะมีปัญหาเรื่องราคาข้อเดียว ซึ่งจะดูให้พออยู่ได้และขึ้นราคาไปน้อยที่สุด เพื่อให้กระทบประชาชนผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศน้อยที่สุด
“กรมการค้าภายในจะเป็นผู้พิจารณา สำหรับมาม่า ขอขึ้นราคามาหลายครั้งแล้ว และกรมการค้าภายในพิจารณาอยู่ อะไรที่จะมีผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ก็จะต้องดูด้วยความรอบคอบและดูให้ลึกในรายละเอียดจริงๆ แต่ไม่ได้แปลว่าจะดูเฉพาะผู้บริโภค ผู้ประกอบการไม่สนใจต้องให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายเพราะถ้าผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ของก็จะขาด ต้องดูให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน” นายจุรินทร์กล่าว
ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมการค้าภายในได้อนุมัติให้กลุ่มสินค้าปุ๋ยเคมีทุกสูตรปรับราคาขึ้น ณ หน้าโรงงานตามต้นทุนที่แท้จริง หลังจากกลุ่มสินค้านี้ถือว่าเป็นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมา 100 % ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามรัสเซียและยูเครน โดยรัสเซียเป็นประเทศที่ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีค่อนข้างมากและยังได้รับผลกระทบด้านอื่นๆ อีก ดังนั้น กรมจึงเห็นว่ากลุ่มสินค้านี้ได้รับผลกระทบจริงและมากพอควร จึงได้อนุมัติให้ปรับราคาสินค้าปุ๋ยเคมีขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง
“ขณะที่สินค้าอุปโภคและบริโภคอื่นๆ ที่ขอปรับราคาสินค้าขึ้น กรมยังไม่มีการให้ปรับขึ้นแต่อย่างใด โดยเห็นว่าแม้ต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ จะขยับขึ้นไปบ้าง แต่เมื่อวิเคราะห์ชนิดสินค้าออกมาได้ยังไม่สูงขึ้นไปมาก จึงขอให้ตรึงสินค้าต่อไปก่อนเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน” ร.ต.จักรากล่าว
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับสมาคมข้าวถุงไทย และผู้ประกอบการข้าวสารบรรจุถุงรายใหญ่ในตลาด ได้แก่ ตราฉัตร ข้าวมาบุญครอง เบญจรงค์ อิ่มทิพย์ ไก่แจ้ และข้าวแสนดี โดยนายระพีพัชญ์ ธนถาวรกิตติ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย แจ้งว่า ทางสมาคมไม่ได้มีการหารือเพื่อจะปรับราคาจำหน่ายแต่อย่างใด โดยราคาวัตถุดิบในขณะนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อราคาจำหน่ายเท่าใดนัก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้มาจากค่าขนส่งเป็นหลัก แต่เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์
“ขณะนี้ สมาคมและสมาชิก ได้ให้ความร่วมมือกรมการค้าภายในตรึงราคาจำหน่ายไว้ แต่บางรายอาจมีการปรับกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการแต่ละรายบ้าง” นายวัฒนศักย์กล่าว
นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวและต้นทุนมีการปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการบางรายก็อาจต้องปรับกิจกรรมโปรโมชั่น เช่น ลดจำนวนความถี่ หรือส่วนลดทางการค้า ซึ่งแต่ละรายก็จะบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ของตนเอง แต่ยอมรับว่าเรื่องข้าวถุงเป็นเรื่องของการส่งเสริมการขายล้วนๆ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลาดข้าวถุงมีการแข่งขันกันอย่างสมบูรณ์ทั้งในด้านราคา ชนิด คุณภาพ และโปรโมชั่น ซึ่งผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย

