หน้าแรก เศรษฐกิจ เตา ‘มหาเศรษฐ...

เตา ‘มหาเศรษฐี-อั้งโล่’ นวัตกรรมรัฐสู้ก๊าซแพง

25.06.22 | 09:02 น.

สกู๊ปหน้า 1 : เตา ‘มหาเศรษฐี-อั้งโล่’ นวัตกรรมรัฐสู้ก๊าซแพง

สถานการณ์ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มราคาพุ่งทำให้เตาอั้งโล่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนที่อยากประหยัดรายจ่ายในครัวเรือนลงจึงหันมาใช้เตากันมากขึ้น

ขณะเดียวกันกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ประชาสัมพันธ์ให้หันมาใช้เตามหาเศรษฐี หรือเตาซุปเปอร์อั้งโล่แทนเตาอั้งโล่ธรรมดา หวังให้ประชาชนลดรายจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในยุคนี้

แหล่งผลิตเตาอั้งโล่ที่สำคัญ คือ จ.ราชบุรี โดยได้พัฒนาเป็นเตาอั้งโล่ประหยัดพลังงานช่วงยุคน้ำมันแพง ได้รับความนิยมขายดี ยอดสั่งจองเพียบจากทั่วประเทศ ที่ผ่านมาโรงงานผลิตโอ่งมังกรและเครื่องปั้นดินเผาเป็นเอกลักษณ์ของ จ.ราชบุรี หลายโรงงานจึงหันมาผลิตเตาอั้งโล่จำหน่าย เช่น ที่โรงงานผลิตเตาอั้งโล่ “เจดีย์ทอง” อยู่หมู่ 3 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง ซึ่งช่วงนี้อยู่ระหว่างผลิตเตาอั้งโล่แบบประหยัดพลังงานตามออเดอร์สั่งจองเริ่มคึกคัก เนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง ทำให้เตาอั้งโล่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชน ที่อยากประหยัดรายจ่ายในครัวเรือนลงและหันมาใช้เตาแบบดังกล่าวกันมากขึ้น

น.ส.พิชญดา พุ่มเลิศ อายุ 30 ปี เจ้าของโรงงานผลิตเตาประหยัดพลังงาน เปิดเผยว่าเตาอั้งโล่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน โดยถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันตนมาช่วยงานคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงงาน และเป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งนอกจากโอ่งมังกรราชบุรี ยังมีเตาอั้งโล่ เนื่องจากราชบุรีมีดินเหนียวคุณภาพดีที่ใช้สำหรับใช้ปั้นโอ่งและปั้นเตาอั้งโล่ ที่โรงงานมีการผลิตเตาถ่านหลายประเภท อาทิ เตาประหยัดพลังงาน มีทั้งทรงแหลม และทรงตรง เตาอั้งโล่ หรือเตาดำ เตาปิ้งย่าง เตาหมูกระทะ เตาขนมครก มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยเปิดจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง และยังส่งขายทั่วประเทศ ราคาจำหน่ายออกจากโรงงานเริ่มต้นที่ 80-270 บาท

Advertisement

ปกติที่โรงงานจะผลิตเตาประหยัดพลังงานอยู่แล้ว มีทั้งเตารูปทรงตัววี และทรงตั้งตรง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตรงที่การเก็บความร้อนในขณะเผาไหม้ของถ่าน และการรับน้ำหนักของหม้อต้ม ส่วนการปั้นจะเน้นปากของเตาค่อนข้างกว้าง บริเวณรังผึ้งจะหนากว่าเตาทั่วไป รูระบายอากาศเป็นรูปกรวย ช่วยไม่ให้ถ่านชิ้นเล็กหลุดร่วงลงบนขี้เถ้าและช่วยเรื่องการดูดอากาศ ทำให้ทำความร้อนได้สูงกว่า เวลาใส่ถ่านไปจะเผาได้ช้ากว่า ประหยัดถ่านกว่าเตาอั้งโล่ทั่วไป 30-40% ให้ความร้อนสูง อุณหภูมิกลางเตาประมาณ 1,000-1,200 องศาเซลเซียส มีลักษณะเพรียวและน้ำหนักเบา วางภาชนะหุงต้ม (หม้อ) ได้ 9 ขนาด ตั้งแต่เบอร์ 16-32 ขณะหุงต้มไม่มีควันและก๊าซพิษเกิดขึ้น และอายุการใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 2 ปี อีกทั้งยังมีความ
แข็งแรง ใช้ถ่านในปริมาณน้อยไม่สิ้นเปลืองถ่าน และยังถูกกว่าการใช้ก๊าซหุงต้ม แต่อาจจะเสียเวลาในขณะที่ติดเตาถ่าน ส่วนราคาขายที่โรงงาน ประมาณ 260-270 บาท ส่วนตามร้านค้าปลีกทั่วไปประมาณ 290-300 บาท

นายประเชิญ นันยา แผนกจัดส่ง กล่าวว่า เตาอั้งโล่ เตาถ่าน หรือเตาประหยัดพลังงานยังคงได้รับความนิยมสูง โดยตามร้านอาหาร ร้านหมูกระทะ หรือตามบ้านเรือนแถวชนบท โดยเฉพาะยุคที่เชื้อเพลิงมีราคาสูงคนหันมาใช้เตากันมากขึ้น อย่างวันนี้นำเตาขึ้นรถกระบะ เพื่อไปส่งให้กับร้านค้า จังหวัดพิษณุโลก และพิจิตร มีทั้งเตาหุงต้มทั่วไป เตาถ่านขนาดใหญ่และเตาประหยัดพลังงาน ปกติแล้วก็จะวิ่งส่งไปยังทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง เฉลี่ยเดือนหนึ่งจะส่ง 5-6 เที่ยว อนาคตมองว่าคนจะหันมาใช้เตาถ่านกันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตามร้านค้าที่ต้องมีการปรุงอาหาร เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายของก๊าซหุงต้มไม่ไหว ส่วนเตาซื้อครั้งเดียวสามารถอยู่ได้ยาวนานกว่า 1-2 ปี ส่วนเชื้อเพลิงใช้ได้ทั้งถ่านสำเร็จ กิ่งไม้ทั่วไปก็นำมาเป็นเชื้อเพลิงได้

สำหรับการนำเตาอั้งโล่ หรือเตาถ่าน และเตาซุปเปอร์อั้งโล่ใช้หุงต้มแทนเตาแก๊สเพื่อแก้ปัญหาราคาก๊าซหุงต้มที่สูงขึ้นต่อเนื่อง แม้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลง แต่ปัจจุบันแนวโน้มราคาถ่านเริ่มขยับขึ้น เนื่องจากถ่านไม้ต้องใช้ไม้เป็นวัตถุดิบ ประกอบกับการผลิต หรือเผาถ่านในฤดูฝนทำให้การผลิตได้น้อย ขณะเดียวกันในการใช้งานจริง ทั้งการใช้เตาในครัวเรือน และการประกอบอาชีพของร้านอาหาร ยังมีเสียงสะท้อนว่า การนำเตาไปใช้ได้อาจไม่เต็มที่นัก เนื่องจากสภาพบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างไม่เอื้ออำนวย ครอบครัวที่อยู่ในตัวเมือง ห้องพักเช่า อาจเกิดปัญหาด้านมลภาวะ สำหรับร้านอาหารต่างๆ ที่มีสภาพเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก แต่ร้านต้องประสบปัญหาราคาถ่านหุงต้มปรับราคาขึ้นตามมาติดๆ ล่าสุด พบการปรับราคาขึ้นแล้ว กระสอบ 16 กิโลกรัม เพิ่มประมาณ 20-40 บาทต่อกระสอบ รวมกับสินค้าอื่นๆ อีกทั้งแหล่งผลิตถ่านหุงต้มอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างห่างไกลตัวเมือง ราคาถ่านที่แตกต่างกันตามชนิดของไม้ที่นำมาเผา เช่น ไม้รวก กิ่งไม้ โคนไม้ ตอไม้เก่า ส่งผลต่อความแรงของไฟ

นางจริยา เอี่ยมละออ เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง จาก จ.ชัยนาท สะท้อนการใช้งานเตาว่า การใช้เตามหาเศรษฐี ตามที่กระทรวงพลังงานออกมาแนะนำ แทบเป็นไปไม่ได้ในการใช้งานของร้านอาหารตามสั่ง ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะในชีวิตจริง การทำอาหารขายต้องอาศัยความรวดเร็วของอาหารแต่ละจาน จะให้มาตั้งกระทะบนเตาถ่านรอน้ำมันร้อนนั้นช้ามาก ใช้เวลาหลายนาที ไม่ทันใจลูกค้าแน่นอน ยิ่งกว่านั้นหากปรุงอาหารบนกระทะที่เตาไม่ร้อน จะทำให้อาหารไม่สุก และเหม็นคาว ลูกค้าเสี่ยงเกิดปัญหาท้องเสียตามมา แต่ก็ยอมรับว่า ราคาก๊าซหุงต้มที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบจริงๆ จนร้านแทบกราบขอโทษลูกค้า เพื่อขอขึ้นราคาอาหารในบางเมนู

“ตั้งแต่ขายอาหารตามสั่งมา 12 ปี ยังไม่เคยเจอของขึ้นราคา ก๊าซหุงต้มแพงมากขนาดนี้ ปัจจุบัน 1 ถัง ที่ร้านใช้แค่ 2 วัน ก็หมด แต่ละครั้งที่สั่งก๊าซมาส่ง ต้องถามราคาตลอด เพราะช่วงนี้ราคาขึ้นอย่างเดียวไม่มีลงจริงๆ” นางจริยาระบุ

ดังนั้นกระแส “เตามหาเศรษฐี” หรือ “ซุปเปอร์อั้งโล่” เพื่อลดรายจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านจะตอบโจทย์ ยุคน้ำมันและก๊าซแพงได้หรือไม่