หน้าแรก เศรษฐกิจ “สิงห์ เอสเตท...

“สิงห์ เอสเตท” เปิดพิมพ์เขียว 1.7 พันไร่ ผุดนิคม เอส อ่างทอง ดึงนักลงทุนปั้นฮับอาหาร

27.06.22 | 15:46 น.

“สิงห์ เอสเตท” เปิดพิมพ์เขียว 1.7 พันไร่ ผุดนิคม เอส อ่างทอง ดึงนักลงทุนปั้นฮับอาหาร

วันที่ 27 มิถุนายน นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน เป็น 1 ใน 4 กลุ่มธุรกิจที่บริษัทเดินหน้าลงทุนหลังเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 เริ่มกลับมาดีขึ้น ล่าสุดได้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เอส อ่างทอง เพื่อรองรับธุรกิจอุตสหกรรมอาหารและเกี่ยวเนื่องและนโยบายของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของโลก

“เลือกจังหวัดอ่างทองเป็นที่ตั้งนิคม เพราะตั้งอยู่ใจกลางซัพพลายเชน เป็นจุดเชื่อมต่อภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหาร เช่น ข้าว ด้านการคมนาคมขนส่งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์กระจายสินค้าได้ทั้งทางบก รถไฟ ทางน้ำ หรือสนามบินก็ได้ เมื่อเปิดประเทศเราจึงพร้อมเปิดตัวโครงการเพื่อให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้นจากเดิมเริ่มมีเข้ามาบ้างแล้ว“ นางฐิติมากล่าว

นายกำจร ลีประพันธ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ไอเอฟ. จำกัด กล่าวว่า โครงการตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย กิโลเมตรที่ 63 ต. ไชยภูมิ อ. ไชโย จ. อ่างทอง ห่างจากสนามบินและท่าเรือขนส่ง1 ชั่วโมงครึ่ง มีพื้นที่ 1,776 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ขาย 993 ไร่ พาณิชยกรรม 34 ไร่ พื้นที่สีเขียว 148 ไร่ ระบบสาธารณูปโภค 214 ไร่ อ่างเก็บน้ำ 384 ไร่ กักเก็บน้ำในปริมาณ 6.12 ล้านลูกบาศก์เมตร

ยังมีพื้นที่อุตสาหกรรมเบา 393 ไร่ พื้นที่อุตสาหกรรมอาหารและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 600 ไร่ ใกล้กับแหล่งพลังงานไอน้ำซึ่งโครงการจะมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จาก 3 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ขนาดกำลังการผลิตรวมกว่า 400 เมกะวัตต์ พร้อมระบบจ่ายไฟฟ้า 22 KV และ 115 KV รองรับผู้ประกอบการที่ต้องการไฟฟ้าในปริมาณมากมีเสถียรภาพสูง และจ่ายค่าไฟฟ้าถูกกว่าการซื้อจากการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)

Advertisement

นายกำจรกล่าวว่า ปัจจุบันโครงการเริ่มก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมแล้วและร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)หารือกับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน และเตรียมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทไทย(ส.อ.ท.) หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องการขยายพื้นที่และการลงทุนใหม่ โดยตั้งเป้าใน 5 ปีจะปิดการขายได้หมด มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท

“ปี’65 จะมียอดขายพื้นที่ 15% คิดเป็นพื้นที่ 149 ไร่ มูลค่า 500 ล้านบาท จากการขายให้โรงไฟฟ้าบี.กริม เพาเวอร์ อ่างทอง 2 และ 3 จำนวน 78 ไร่ จะรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 นี้ ส่วนปี‘66 ตั้งเป้ายอดขายพื้นที่ 20% เริ่มรับรู้รายได้พื้นที่รีเทลปีละกว่า 10 ล้านบาท รายได้ขายพลังงานและสาธารณูปโภคอีกปีละ 150 ล้าน ”นายกำจรกล่าว