อีอีซี ผนึกกำลังชูพื้นที่ต้นแบบลงทุนอุตฯบริการการแพทย์ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครบวงจรดึงดูดนักท่องเที่ยวฐานะดี ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ สร้างงาน สร้างอาชีพ เสริมเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง
วันที่ 28 มิ.ย. 2565 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครบวงจร ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยมี นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ อีอีซี นายธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมลงนาม และมีนายธัชพล กาญจนกูล รองเลขาธิการ อีอีซี และนายอาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นพยาน ณ ห้องประชุม Conference สำนักงาน อีอีซี
โดยความร่วมมือระหว่าง อีอีซี และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกัน ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ครบวงจร การให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ผลักดันพื้นที่อีอีซี ให้ก้าวสู่ ระเบียงสุขภาพภาคตะวันออก (EWC) และตอบโจทย์การเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ให้มีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ และด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจรในพื้นที่ อีอีซี
รวมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาให้ชุมชนท้องถิ่น เช่น กลุ่มท่องเที่ยวนวัตวิถี กลุ่มผู้ผลิตสินค้าโอท็อป และวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สามารถพัฒนาสินค้าและบริการแหล่งท่องเที่ยว การใช้จุดเด่นทางวัฒนธรรมและศิลปเอกลักษณ์ในท้องถิ่น รวมทั้งสถานประกอบการเชิงสุขภาพให้มีมาตรฐานในระดับสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในกลุ่มผู้มีรายได้สูงให้เข้าพื้นที่อีอีซี เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ อีอีซี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญสนับสนุนให้อีอีซี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ซึ่งเป็น 1 ใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยขณะนี้ได้กำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษด้านการแพทย์ 2 แห่ง ได้แก่ 1) ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์ พัทยา (EECmd) ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายสู่ “Medical Vally” จะมีโครงการสำคัญ อาทิ สถาบันวิจัยการแพทย์ชั้นสูง โรงพยาบาลดิจิทัล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
2) ศูนย์การแพทย์จีโนมิกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา (EECg) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบและถอดรหัสพันธุกรรม สร้าง Big Data ห้องสมุดดีเอ็นเอ รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร รวมทั้งยังขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่จะเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพครบทุกมิติตามนโยบายของรัฐบาล ยกระดับด้านสาธารณสุข ประชาชนเกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน
นายธัชพล กาญจนกูล รองเลขาธิการ อีอีซี กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ อีอีซี และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะร่วมกันศึกษาแนวทางให้ข้อเสนอแนะ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ และสุขภาพครบวงจร พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูล ผลการศึกษารายงานการวิจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และชุมชนร่วมกัน โดยจะได้ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลผลักดันให้เกิดการพัฒนาระเบียงสุขภาพภาคตะวันออกให้เป็นรูปธรรม เพื่อดึงดูดกลุ่มนักลงทุนและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร สามารถตอบโจทย์การฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 และการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ อีอีซี พร้อมก้าวสู่พื้นที่ต้นแบบของการลงทุนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ซึ่งในขณะนี้ อีอีซี มีการสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลงทุน การเจรจากับผู้ประกอบการด้าน Wellness เช่น เครือนุสาศิริ หน่วยงานภาครัฐ เช่น องค์การเภสัชกรรม รวมทั้งการสนับสนุนสถานประกอบการให้บริการทางการแพทย์ในรูปของคลินิกผู้มีบุตรยาก โดย SAFE FERTILITY GROUP ชลบุรี ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน RTAC มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งมีรายได้สูงใช้บริการปีละกว่า 10,000 คน ทำรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 10,000 ล้านบาท รวมทั้งยังขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงสู่ธุรกิจที่พักและการท่องเที่ยวในชุมชนได้อย่างต่อเนื่องเป็นโอกาสที่ดีอีกทางหนึ่งของประเทศไทย ในการฟื้นฟูธุรกิจให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

