นายธนวรรธ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมนูที่เป็นเอกลักษณ์อันดับหนึ่งมาตั้งแต่ถือกำเนิดเบอร์เกอร์คิงในประเทศไทยและครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี คือ ‘วอปเปอร์’ (Whopper) ซึ่งปีนี้ เบอร์เกอร์คิงได้ปรับโฉมวัตถุดิบ โดยทุกเมนูรังสรรค์จากขนมปังโรยงาขาวด้านบนอบสดใหม่ เนื้อนุ่มฟู สูตรลับพิเศษของเบอร์เกอร์คิง เนื้อนำเข้าจากออสเตรเลีย 100% คุณภาพชั้นเยี่ยมคัดสรรมาเป็นอย่างดีที่นำไปย่างบนเปลวไฟเทคนิคพิเศษเฉพาะจึงทำให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำและกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ผักสดใหม่ สะอาด ปลอดสารเคมี อาทิ ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ หอมใหญ่ แตงกวาดอง วัตถุดิบทุกชนิดปลอดภัยไม่มีสารกันบูด ไม่มีสีผสมอาหารและสารตกแต่งกลิ่น รวมถึงไม่ใส่ผงชูรส เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรสสัมผัสและรสชาติของเรียลวอปเปอร์อย่างแท้จริง

“หลังจากนี้เตรียมเดินหน้ากลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้เบอร์เกอร์คิงสามารถเข้าถึงผู้บริโภคคนไทยได้ในวงกว้างมากขึ้น ผ่านการนำเสนอภาพลักษณ์และการบริการด้วยเมนูระดับคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเป็นแบรนด์อาหารชั้นนำที่ตอบโจทย์เคียงข้างผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย จึงจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับเมนู ชุดสุดคุ้ม วอปเปอร์ จากราคาเต็ม 259 บาท เหลือ 199 บาท”
นายธนวรรธ กล่าวว่า นอกจากนี้ เบอร์เกอร์คิงยังได้ปรับโฉมร้านในรูปแบบใหม่โดยปรับลุคการดีไซน์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น และเพิ่มสีสันความสนุกสนาน เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้ความรู้สึกถึงความผ่อนคลายและมีชีวิตชีวาเมื่อเข้ามาใช้บริการ ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค ทุกเพศทุกวัย พร้อมการให้บริการจากพนักงานที่ได้รับการฝึกฝนตามมาตรฐานของเบอร์เกอร์คิงทั่วโลก เริ่มสาขาแรกที่ปั๊ม คาลเท็กซ์ งามวงศ์วาน
ปัจจุบันร้านเบอร์เกอร์คิงมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 121 สาขาทั่วประเทศ แบ่งออกเป็นพื้นที่ในโซนกรุงเทพฯ คิดเป็น 60% และต่างจังหวัดคิดเป็น 40% และปีนี้วางแผนขยายสาขาเพิ่มอีกจำนวน 10 สาขา รองรับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น โดยเดือนกรกฎาคมนี้ (เปิดประเทศ) เตรียมเปิดร้านเบอร์เกอร์คิงสาขาแรกของจ.ขอนแก่น
นายธนวรรธ กล่าวถึงยอดขายว่า ในช่วงที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับปี 2562 ก่อนช่วงเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยแบ่งเป็นสัดส่วนการเติบโต ช่องทางเดลิเวอรีมีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1

