หน้าแรก เศรษฐกิจ สศค.ชี้ภาวะเศ...

สศค.ชี้ภาวะเศรษฐกิจ พ.ค.ท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น จับตาสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบเงินเฟ้อ จับจ่ายชะลอตัว

29.06.22 | 13:19 น.

สศค.ชี้ภาวะเศรษฐกิจ พ.ค.ท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น จับตาสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบเงินเฟ้อ จับจ่ายชะลอตัว

นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนพฤษภาคม 2565 ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ได้ส่งผลกระทบต่อระดับราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพของประชาชนอย่างใกล้ชิด

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2565 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 29.0% และ 15.7% ตามลำดับ สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนพฤษภาคม 2565 ขยายตัวเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 13.3%

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ ในเดือนพฤษภาคม 2565 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 11.0% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล -2.0% และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคม 2565 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 40.2 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าและระดับราคาสินค้าทั่วไปปรับตัวสูงขึ้น

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 10.6% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลเล็กน้อยที่ -0.2% สำหรับการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2565 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -11.7% ขณะที่ภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 24.6%

นายวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยภาคเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนพฤษภาคม 2565 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 11.4% จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตสำคัญ เช่น ข้าวเปลือก ยางพารา ไข่ไก่ และสินค้าในหมวดไม้ผล เป็นต้น

Advertisement

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า สำหรับด้านบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนพฤษภาคม 2565 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 521,410 คน คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 8,515.5% โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากอินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนพฤษภาคม 2565 จำนวน 15.8 ล้านคน คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 1,053.2%

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนพฤษภาคม 2565 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 84.3 จากระดับ 86.2 ในเดือนเมษายน 2565 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน ที่ทำให้ราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิตทั้งจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวจากปัญหาเงินเฟ้อ ส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้มีปัจจัยกดดันจากการเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้า สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 7.10% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.28% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2565 อยู่ที่ 60.8% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) รวมทั้งผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 0.58% ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งหมด สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้