หน้าแรก เศรษฐกิจ สุริยะ เผยเอ็...

สุริยะ เผยเอ็มพีไอ 5 เดือนแรกขยายตัว 0.57% ลุ้นจีนเปิดเมืองก.ค.ดันท่องเที่ยวฟื้น

29.06.22 | 13:55 น.

สุริยะ เผยเอ็มพีไอ 5 เดือนแรกขยายตัว 0.57% ลุ้นจีนเปิดเมืองก.ค.ดันท่องเที่ยวฟื้น

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้รายงานถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 98.05 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเมษายน 7.46 % ส่งผลให้เอ็มพีไอ 5 เดือนแรกปีนี้(มกราคม-พฤษภาคม 2565) อยู่ที่ 101.08 ขยายตัว 0.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 62.42% และ 5 เดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 64.11% เนื่องจากไทยปลดล็อคมาตรการโควิดต่อเนื่อง และเริ่มเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าหนุนกิจกรรมการส่งออกที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด ทั้งต้นทุนเพิ่มขึ้นจากผลกระทบรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์(ชิป) ความผันผวนของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

“การล็อกดาวน์เมืองท่าสำคัญของจีนทำให้เกิดปัญหาซัพพลายขาดแคลน โดยเฉพาะการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ โดย สศอ.คาดการณ์ว่าการขาดแคลนวัตถุดิบจะกระทบระยะสั้น สามารถขยายตัวอีกครั้งหลังประเทศจีนเริ่มคลายล็อกดาวน์เมืองท่าสำคัญในเดือนกรกฎาคม ขณะเดียวกันยังใช้เครื่องมือระบบเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม คำนวณพบว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะขยายตัวใน 1-2 เดือนข้างหน้า หรือ กรกฎาคม-สิงหาคม 2565 จากการปลดล็อคมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ “นายสุริยะกล่าว

นางศิริเพ็ญ เกียรติเฟื่องฟู รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิตในเดือนมิถุนายน และระยะต่อไปได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ แม้คลี่คลายแต่ต้องติดตามโควิดสายพันธุ์ใหม่ รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อสาเหตุหลักจากสงครามยืดเยื้อทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ราคาวัตถุดิบต่างๆปรับตัวสูง ส่งผลต่อค่าครองชีพสูงขึ้นจนกระทบกำลังซื้อของประชาชน การอ่อนค่าของเงินบาท แม้จะส่งผลดีต่อภาคส่งออกแต่ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้า ทำให้ต้นทุนการผลิตปรับตัวเพิ่ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีตลาดหลักในประเทศและนำเข้าวัตถุดิบในสัดส่วนที่สูง รวมทั้งกระทบผู้ประกอบการภาคการผลิตโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี