หมดยุคเงินเฟ้อต่ำ ธนาคารกลางทั่วโลกกางแผนรับเงินเฟ้อพุ่ง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.24 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.17 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.15-35.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับวันนี้ ตลาดจะรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้า (พีซีอี) โดยตลาดมองว่าเงินเฟ้อพีซีอีเดือนพฤษภาคม อาจเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 6.4% สอดคล้องกับรายงานเงินเฟ้อทั่วไป หรือดัชนีราคาผู้บริโภคที่ออกมาก่อนหน้า ทำให้ตลาดยังคงมองว่าธนาคารกลาง (เฟด) อาจมีความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนกรกฎาคมอยู่
ค่าเงินบาทผันผวนสูงถูกกดดันโดยการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ รวมถึงแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงจากนักลงทุนต่างชาติที่อาจยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวลงหนัก หรือเสี่ยงเข้าสู่สภาวะถดถอย อย่างไรก็ตาม หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีนออกมาดีกว่าคาด และสะท้อนถึงการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจจีนหลังการผ่อนคลายล็อกดาวน์หนุนบรรยากาศการลงทุนในฝั่งเอเชียและมีโอกาสช่วยหนุนให้สกุลเงินในฝั่งเอเชียแข็งค่าขึ้นมาได้บ้าง
ทั้งนี้ การแข็งค่าช่วงที่ผ่านมาของเงินบาทนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการกลับมาเก็งกำไรของผู้เล่นในตลาดที่มีทั้งการทยอยขายทำกำไรฝั่ง Long USDTHB และอีกส่วนก็เริ่มกลับมา Short USDTHB ตามความคาดหวังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ดังจะเห็นได้จากยอดซื้อบอนด์ระยะสั้นสุทธิกว่า 5.2 พันล้านบาท ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งผู้เล่นกลุ่มดังกล่าวอาจรอดูความเคลื่อนไหวของเงินบาทว่าจะแข็งค่าหลุด 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือไม่ ก่อนเปลี่ยนสถานะถือครอง ทำให้มองว่าโซน 35.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยังเป็นแนวรับที่สำคัญในช่วงนี้ ส่วนแนวต้านจะอยู่ในช่วง 35.30-35.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
“ช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ ใช้ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน” นายพูนกล่าว
ด้านกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 35.20-35.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงจากเมื่อวาน สืบเนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังมีการแสดงความคิดเห็นในเชิง hawkish จากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจสหรัฐ คือภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่อง และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะไม่ชะลอเศรษฐกิจมากเกินไป ในขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลง โดยนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า ยุคก่อนโรคระบาดที่อัตราเงินเฟ้อต่ำเป็นพิเศษอาจจะไม่กลับคืนมา และธนาคารกลางต่างๆ ต้องปรับตัวรับตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

