‘สุพัฒนพงษ์’ ยันช่วยดีเซลคง 50% เหมือนเดิม เร่งดึงงบกลางช่วยกลุ่มเปราะบาง 3 เดือน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่หลายฝ่ายมีข้อกังวลต่อสถานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะติดลบถึง 2 แสนล้านบาท ภายในสิ้นปี 2565 นั้น เป็นเรื่องการบริหารสภาพคล่องของกองทุนและรัฐบาล โดยรัฐยังยืนยันอุดหนุนราคาดีเซลในสัดส่วนครึ่งหนึ่งของราคาจริงตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในระยะต่อไปกองทุนจะทยอยปรับขึ้นราคาหรือไม่ อย่างไร เป็นเรื่องที่กองทุนจะไปพิจารณา โดยมีการหารือกับคณะอนุกรรมการของกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแนวทางหาเงินอุดหนุนต่อไป ส่วนความคืบหน้าการกู้เงิน 20,000 ล้านบาท ก้อนแรกจากสถาบันการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องของกองทุน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้
สำหรับราคาดีเซลตลาดโลกที่ลดลง ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปลดราคาขายปลีกดีเซลในประเทศได้ทันที แต่ช่วยลดภาระการอุดหนุนของกองทุนได้ระดับหนึ่งที่ยังอุดหนุนอยู่ 50% ยังไม่ลดการอุดหนุนเหลือ 25% ส่วนกองทุนจะมีการปรับเพดานราคาขึ้นเป็น 36 บาทต่อลิตร หลังครบกำหนดตรึง 35 บาทต่อลิตร หรือไม่ ต้องรอดูสัปดาห์นี้ว่าผลการเจรจาผู้ประกอบการโรงกลั่นมีการตอบรับออกมาอย่างไรด้วย ถ้าโรงกลั่นไม่ตอบรับ แล้วสภาพคล่องของกองทุนยังมี ก็ไปต่อได้ เชื่อว่าสิ้นเดือนกรกฎาคมฐานะกองทุนน้ำมันฯมีทางออกแน่นอน
ในส่วนของการเน้นช่วยเหลือราคาพลังงานเฉพาะกลุ่มเปราะบางนั้น มีการสำรองงบกลางเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง อาทิ พ่อค้าหาบเร่ แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์แล้วเป็นเวลา 3 เดือน โดยกำลังพิจารณาหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจน เพื่อให้ความช่วยเหลือถูกต้องตรงจุดมากขึ้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้นำบทเรียนหรือวิธีช่วยเหลือผ่านโครงการคนละครึ่ง เราชนะที่มีการกำหนดเงื่อนไขในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ มาเป็นบทเรียน
“เบื้องต้นจะร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมดูเรื่องประเภทรถยนต์ที่จะให้ความช่วยเหลือ กระทรวงอุตสาหกรรมดูประเภทโรงงานที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทนก๊าซธรรมชาติได้หรือไม่ ต้องบูรณาการกันใหม่ ต้องใช้เวลาพิจารณา ทุกหน่วยงานทำงานเต็มที่” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

