‘แบงก์ชาติ’ เผยเศรษฐกิจไตรมาส 2/2565 ขยายตัวต่อเนื่อง ห่วงเงินเฟ้อพีคถึง 8%
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการแถลงเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคม 2565 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2565 ขยายตัวดีกว่าไตรมาส 1/2565 และขยายตัวดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน และคาดว่าจะดีต่อเนื่องถึงไตรมาส 4/2565 จากเครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และภาคท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ขณะเดียวกันมูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวที่ระดับ 11.3% เพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดสอดคล้องกับอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ยังขยายตัว อย่างไรก็ตาม การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าไตรมาส 3 ขยายตัวที่ระดับ 7.5% และอาจสูงถึง 8% จากปัญหาราคาด้านพลังงานเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนจากการส่งกลับกำไรและเงินปันผลของธุรกิจต่างชาติ และคาดว่าทั้งปีจะติดลบอยู่ที่ 8% นอกจากนี้ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค เป็นผลจากการดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้นักลงทุนเลือกถือสินทรัพย์ปลอดภัยส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐเป็นที่ต้องการเสริมเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า

“เมื่อเงินเหรียญสหรัฐแข็งเป็นแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า ส่วนเงินบาทจะอ่อนค่าที่ระดับใดก็ต้องดูภาพเศรษฐกิจ ดังนั้น ช่วงหลังปี 2565 การฟื้นตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวกลับเข้าประเทศสูง มองว่าความผันผวนค่าเงินบาทจะไม่อ่อนลงมากนัก แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยนอกประเทศด้วย ต้องมองทั้ง 2 ส่วนร่วมกัน”น.ส.ชญาวดีกล่าว
น.ส.ชญาวดีกล่าวว่า เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการใช้จ่ายในเกือบทุกหมวด สอดคล้องกับความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโอมิครอนน้อยลง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับดีขึ้นสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวปรับดีขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอาเซียนและอินเดีย เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางอย่างต่อเนื่องจากทั้งฝั่งไทยและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงลดลงจากความกังวลต่อค่าครองชีพที่สูง
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยการลงทุนเดือนพฤษภาคม ขยายตัว 11.3% สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวเพียง 8.4% ซึ่งเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการนำเข้าสินค้าทุนและยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์เป็นหลัก สอดคล้องกับอุปสงค์โดยรวมที่ปรับดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนหมวดก่อสร้างลดลงบ้างหลังจากเร่งขึ้นในเดือนก่อนตามยอดขายวัสดุก่อสร้าง
ด้านการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนจากรายจ่ายลงทุนซึ่งมีการทยอยเบิกจ่ายของรัฐบาลกลางไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจลดลง เนื่องจากการก่อสร้างเกิดความล่าช้าในโครงการคมนาคม สำหรับรายจ่ายประจำทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน
“สำหรับแนวโน้มเดือนมิถุนายน 2565 และระยะต่อไป คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และระยะต่อไปต้องติดตามสถานการณ์ อาทิ การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนและราคาสินค้า ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ” น.ส.ชญาวดีกล่าว

