สมอ.แก้ประกาศ กมอ. เร่งช่วยส่งออกสินค้าควบคุม ถกกรมศุลฯ ช่วยส่งออกผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกอย่างเร่งด่วน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน หากมีกฎระเบียบหรือประกาศของหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ การค้า การส่งออก-นำเข้า ให้พิจารณาแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการให้มากที่สุด โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ต้องไม่กระทบกับนโยบายด้านการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงให้ความช่วยเหลือกรณีที่ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ไม่สามารถส่งสินค้าเข้าประเทศปลายทางได้ และจำเป็นต้องนำกลับเข้ามาในประเทศให้ สมอ. หามาตรการช่วยเหลือด้วย
ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ที่ได้เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เมื่อเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ก็ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง กรณีที่ไม่สามารถรายงานปริมาณการผลิต การส่งออก และปริมาณคงเหลือต่อ สมอ.ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งออกได้ จึงทำให้ต้องถูกดำเนินคดี ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว สมอ. จึงเสนอบอร์ดคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ขอแก้ไขประกาศ โดยขยายเวลาเพิ่มขึ้น เป็น “ต้องรายงานปริมาณการผลิต การส่งออก และปริมาณคงเหลือ ต่อ สมอ.ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่กรมศุลกากรออกเอกสารหลักฐานให้” ซึ่งบอร์ด กมอ.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา และให้ สมอ.เร่งดำเนินการแก้ไขประกาศดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว
“ส่วนผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ไม่สามารถส่งสินค้าเข้าประเทศปลายทางได้ และจำเป็นต้องนำกลับเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งกฎหมายไม่มีข้อยกเว้นให้กระทำได้นั้น สมอ.ได้ประสานกรมศุลกากร เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ และจะเสนอบอร์ด กมอ.ออกประกาศ เพื่อให้สามารถส่งกลับเข้ามาในประเทศได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของ สมอ. เพื่อไม่ให้มีการลักลอบนำสินค้าดังกล่าวไปขายในประเทศ เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ผลิตตามความต้องการของประเทศต่างๆ ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศไทย และอาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อประชาชนไทยได้” เลขาธิการ สมอ.กล่าวทิ้งท้าย

