น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในงานสัมมนาและนิทรรศการรถยนต์ไฟฟ้า “ประเทศไทยกับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี)” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนสำหรับรถอีวีในไทย ยังอยู่ระหว่างการทบทวน และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสียอีกครั้ง ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้ทบทวนนโยบายดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยให้ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงคมนาคม นำเสนอผลการศึกษาและข้อมูลที่รับผิดชอบ รวมทั้งให้คำนึงถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในปัจจุบันที่ผลิตเครื่องยนต์ปกติ จนบางฝ่ายกังวลว่าจะทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศได้รับผลกระทบ
น.ส.อัจฉรินทร์กล่าวว่า การทบทวนนโยบายสอดคล้องกับความเห็นของบีโอไอที่เห็นว่าควรกำหนดชิ้นส่วนรถไฟฟ้าที่ต้องลงทุนเพียง 5 ประเภท จากเดิม 6 ประเภท คือ ยกเลิกอุปกรณ์สายชาร์จพร้อมเต้าเสียบ เนื่องจากสามารถผลิตได้แล้วในประเทศไทย ส่วนแผนการลงทุนที่รัฐบาลจะกำหนดเบื้องต้น คือ ช่วง 2 ปีแรกจะเว้นภาษีการนำเข้ารถอีวีสำเร็จรูป ปีที่ 3 เว้นภาษีนำเข้า 5 ชิ้นส่วนสำคัญเพื่อเข้ามาประกอบรถอีวีในไทย และปีที่ 4 ไทยต้องสามารถผลิต 5 ชิ้นส่วนสำคัญได้เองภายในประเทศ ส่วนรายละเอียดภาษีที่ชัดเจน โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเป็น 8 ปีตามกฎหมายบีโอไอปัจจุบัน หรือจะได้สูงสุด 13 ปีตามกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่ กรณีเป็นการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงต้องพิจารณาอีกครั้ง
“น่าจะเห็นการนำเข้ารถอีวีคันแรกภายใน 2560 และเกิดการลงทุนตามแผนภายใน 5 ปี โดยการลงทุนรถอีวีในไทย ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ที่ส่งเสริมการใช้รถอีวีมา 6 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันเพิ่งมีผู้ใช้เพียง 2 แสนคัน จากจำนวนผู้ใช้รถยนต์ทั้งประเทศ 14-15 ล้านคัน” น.ส.อัจฉรินทร์กล่าว
