หน้าแรก เศรษฐกิจ ฐากร แนะตั้ง ...

ฐากร แนะตั้ง รพ.อัจฉริยะ นำร่อง ‘จังหวัดละภาค’ ชี้ 5G เสถียร บุคลากรพร้อม เริ่มได้เลย

1.07.22 | 13:10 น.
แฟ้มภาพ

ฐากร แนะตั้ง รพ.อัจฉริยะ นำร่อง ‘จังหวัดละภาค’ ชี้ 5G เสถียร บุคลากรพร้อม เริ่มได้เลย

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เผยถึงแนวคิดการจัดทำโรงพยาบาลอัจฉริยะ เพื่อให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในเวลาเดียวกันว่า เร่งจัดทำโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart hospital) ช่วยภาครัฐประหยัดงบประมาณ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน อุดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาที่ดีขึ้น นับวันประเทศไทยต้องทุ่มเทงบประมาณด้านสาธารณสุขมากกว่าหนึ่งแสนล้านต่อปี และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ประกอบกับตั้งแต่ปี 2564 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ

“จากข้อมูลเบื้องต้น มีคนไทยอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากร ซึ่งเป็นไปตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติที่ว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบแล้ว รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อพุ่ง น้ำมันแพง สินค้าขึ้นราคา รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขอย่างหนักหน่วง

“ขณะเดียวกันรัฐบาลนอกจากจะต้องดูแลค่ารักษาพยาบาลสำหรับประชาชนทั่วๆ ไปแล้ว ยังจะต้องมาดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากอีก นอกจากจะเป็นภาระงบประมาณของรัฐบาลแล้ว ยังเป็นภาระกับประชาชนทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหาหมอ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่การรักษาไม่ครอบคลุมสิทธิอีกต่างหาก

“ประเทศไทยเดินหน้าเทคโนโลยี 5G ก่อนใครในกลุ่มอาเซียน ถ้ารัฐบาลเร่งเครื่องเดินหน้าให้ไทยมีระบบโรงพยาบาลอัจฉริยะทั่วประเทศก่อนใครในอาเซียนอีกครั้ง จะเป็นอีกหลักชัยของรัฐบาลแน่นอน โรงพยาบาลอัจฉริยะนอกจากจะสามารถลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ภาคประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้แล้ว จะเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ดีขึ้นกว่าเดิม

“ผมเสนอรัฐบาลเร่งจัดทำโรงพยาบาลนำร่องอัจฉริยะ (Smart hospital) ขึ้น ‘จังหวัดละหนึ่งภาค’ ก่อนโดยจังหวัดนำร่องดังกล่าวจะต้องจัดทำฐานข้อมูลของคนไข้ในจังหวัด ให้บูรณาการกันในจังหวัดให้ได้ ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดใดเดินทางไปรักษาที่ไหนในจังหวัดนั้น หากคนไข้ยินดีให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองแล้ว โรงพยาบาลก็สามารถบูรณาการๆ รักษาต่อเนื่องไปได้เลย

Advertisement

“ยกตัวอย่างเช่น คนไข้ชื่อนายเอ มีประวัติคนไข้ (HN) ที่โรงพยาบาลอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น มีธุระเดินทางไปหาญาติที่อำเภอชนบท ขอนแก่น เกิดเจ็บป่วยไม่สบายที่อำเภอชนบท หากคนไข้อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เพียงแต่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวติดตัวไป ก็สามารถที่จะทราบประวัติการรักษาต่างๆ ของนายเอที่อำเภอน้ำพองได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปเจาะเลือดใหม่ คนไข้แพ้ยาอะไร คนไข้มีโรคประจำตัวอะไร คนไข้เคยใช้ยาอะไรรักษา เป็นต้น

“โครงการโรงพยาบาลอัจฉริยะ นอกจากภาครัฐจะประหยัดเงินในการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องไปเริ่มต้นการรักษาพยาบาลใหม่แล้ว ประชาชนเองก็ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเดินทางมารักษาด้วย

“ขั้นตอนในการจัดทำโรงพยาบาลให้เป็นอัจฉริยะ กล่าวคือจะต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูลคนไข้ให้กันได้ มีระบบสัญญาณ 5G ที่มีความเสถียรใช้งาน บุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความพร้อม นอกจากนี้ โรงพยาบาลใหญ่ๆ ในจังหวัดสามารถเปิดการรักษาผ่านระบบ 5G ได้เลย โดยหลายๆ โรคคนไข้เพียงแค่เดินทางไปรอพบหมอผู้เชียวชาญที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ใกล้บ้านเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงโรงพยาบาลจังหวัดอีก ซึ่งการรักษาผ่านระบบ 5G จะเสมือนหนึ่งว่าคนไข้ได้พบหมอและตรวจรักษากับหมอโดยตรง หมอจะวินิจฉัยและวิเคราะห์ได้เลย เช่น โรคตา โรคความดัน โรคผิวหนัง โรคเบาหวาน เป็นต้น

“ผมอยากจะเสนอรัฐบาลรีบจัดทำเถอะครับ คัดเลือกจังหวัดนำร่อง จังหวัดละภาค เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าคัดเลือกจังหวัดขอนแก่นนำร่อง ก็ต้องบูรณาการฐานข้อมูลของคนไข้ทั้งจังหวัด จัดเตรียมสัญญาณอินเตอร์ความเร็วสูงระบบ 5G และบุคลากรให้พร้อมทุกโรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น ผมว่าทำได้ไม่ยากเลยครับ

“ต่อไปประชาชนไปติดต่อโรงพยาบาลในจังหวัด นำไปแค่บัตรประชาชนเพียงใบเดียวก็สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงแล้วครับ หากทำโครงการนำร่องสำเร็จแล้ว ค่อยๆ ขยายไปจังหวัดอื่นเพิ่มเติม ตั้งเป้าหมายไว้ประมาณ 3 ปี ให้ทั้งประเทศเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะทั้งหมด ถ้าทำสำเร็จได้ตามนี้ มั่นใจได้เลยว่า ‘คะแนนเสียงกลับมาตรึม'”