“พราว เรียล เอสเตท” ทุ่ม 2,290 ลบ. สร้าง “เวหา” คอนโดระดับลักซัวรี่ 31 ชั้น สูงสุดในหัวหิน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทตอบรับการเติบโตของดีมานต์ตลาดคอนโดมิเนียมเมือง หัวหิน ได้เปิดตัวโครงการเวหา (VEHHA) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่แบบถือครองกรรมสิทธิ์ได้โดยสมบูรณ์ จำนวน 1 อาคาร สูง 31 ชั้น รวม 364 ยูนิต ตั้งบนพื้นที่ขนาด 5-1-9.5 ไร่ หรือ 8,438 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุน 2,290 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ Happiness Happens ชูจุดเด่น Single Corridor ที่เห็นวิวทะเลแบบพาโนรามาทุกยูนิต และมีห้องให้เลือกถึง 7 รูปแบบที่แต่งครบจบทุกห้องด้วยราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท
โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2565 สามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 50% จากสัดส่วนกลุ่มลูกค้าคนไทย 80% และต่างประเทศ 20% โดยโครงการนี้จะเริ่มเปิดขายปี 2565 ช่วงไตรมาส 3 เริ่มสร้างไตรมาส 4 และจะแล้วเสร็จไตรมาส 2/2568 นอกจากนี้ บริเวณภายในอาคารจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ โซนครอบครัว ประกอบด้วย พื้นที่สำหรับเด็ก ห้องดูหนัง เป็นต้น โซนผ่อนคลาย ประกอบด้วย ห้องสมุด ฟิตเนส และโซนให้บริการทั่วไป รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางเกือบ 2 ไร่ หรือ 2,647 ตารางเมตร ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถใช้บริการของโรงแรมที่เหนือระดับและสิทธิเข้าเล่นสวนน้ำวานา นาวา หัวหิน ฟรี 5 ปี เป็นแห่งแรกของเมืองไทย
“หลังจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสชิเดนเซส หัวหิน ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จึงได้พัฒนาโครงการเวหา เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตส์ได้อย่างหลากหลายลงตัว ตามแนวคิด More Than Just Living ซึ่งเป็นการผสานระหว่างการพักผ่อนและการบริการระดับรีสอร์ท ด้วยบริการเหนือระดับ” นางสาวพราวพุธกล่าว

นางสาวพราวพุธกล่าวว่า เศรษฐกิจมีสัญญาณดีด้านการท่องเที่ยวและกำลังซื้อทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศโรงแรมและการท่องเที่ยวในหัวหินได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากแคมเปญของรัฐบาลในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด และสำหรับตลาดที่พักอาศัยยอดขายส่วนใหญ่บ้านประเกท Resort Home ค่อยๆ พื้นฟูกลับมา อีกทั้งตลาดต่างประเทศ ในด้านการท่องเที่ยวค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบดีมานด์ในกลุ่มลูกค้าชาวยุโรปที่ต้องการบ้านสำหรับช่วงเกษียณอายุโดยเฉพาะประเทศรัสเซียที่ต้องนำเงินมาใช้จ่ายนอกประเทศ และมีความสนใจพื้นที่ในไทยสูง
สำหรับด้านแผนการตลาด ได้วางกลุ่มเป้าหมายของเวหาเป็นกลุ่มครอบครัวตั้งแต่คู่ที่เพิ่งแต่งงานไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ รวมถึงชาวต่างชาติที่เกษียณอายุการทำงานและอยากเข้ามาอยู่ในเมืองไทย ได้ตั้งราคาที่จับต้องได้ เฉลี่ยประมาณ 132,000 บาทต่อตารางเมตร ทั้งนี้ อ้างอิงข้อมูลผลวิจัยจากไนท์แฟรงค์ฯ พบว่า ราคาเสนอขายเฉลี่ยคอนโดฯ วิวทะเลมีแนวโน้มเติบโตขึ้นมากกว่าห้องไม่ติดทะเล ปัจจุบันห้องไม่ติดวิวทะเลมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 70,700 บาทต่อตารางเมตร

สำหรับห้องวิวทะเลราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 141,670 บาทต่อตารางเมตร และตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มที่พักอาศัยไม่มีวิวทะเลจะอยู่ที่ราคาต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร กลุ่มที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ติดชายหาดมีราคาประมาณ 130,000 บาทต่อตารางเมตร หรือสูงกว่า และกลุ่ม Super Rare Item ที่หันหน้าเข้าหาวิวทะเลโดยตรงมีราคาเฉลี่ยสูงมากกว่า 275,000 บาทต่อตารางเมตร จึงมองว่าราคาขายของเวหามีความคุ้มค่าเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับทำเลที่ตั้ง
“ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมที่เตรียมก่อสร้างใจกลางกรุงเทพฯ อีก 1 โครงสร้าง และอยู่ระหว่างการศึกษา โดยราคาลงทุนเริ่มต้นที่ 2,000-3,000 ล้านบาท” นางสาวพราวพุธกล่าว



