ข่าวหน้า 1 : ล้วงเงินโรงกลั่น 2.4 หมื่นล้าน ปิดจ๊อบไม่ลง ‘รองฯพงษ์’ ลุ้นเดือนนี้ได้ข้อยุติ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการหารือกับกลุ่มโรงกลั่น ขอความร่วมมือนำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่น 2.4 หมื่นล้านบาท มาอุดหนุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ว่า เรื่องนี้ให้ทางบริษัทโรงกลั่นคุยกันเอง โดยมีคณะกรรมการจากกองทุนน้ำมันฯเข้าไปร่วมเจรจา และเชื่อว่ากลุ่มโรงกลั่นจะพิจารณาไปในทิศทางที่ดี เห็นได้จากเวลานี้ยังมีการเจรจากันอยู่ มิเช่นนั้นคงเลิกประชุมไปแล้ว โดยคาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะต้องเห็นผลอะไรออกมาบ้าง ยอมรับว่าการใช้มาตรการบังคับในตลาดเสรีเป็นเรื่องยากมาก แต่การใช้ความร่วมมือจะดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดทางโรงกลั่นยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องนี้ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า มีเรื่องของข้อกฎหมายที่จะรวบรวมเพื่อถามคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยต้องดูความสมัครใจของโรงกลั่นด้วย ขณะที่บางกลุ่มมีข้อเสนอว่าควรจะใช้กฎหมายบังคับ เนื่องจากมีเรื่องของการถือหุ้นในบริษัทมหาชน
“บริษัทเหล่านี้ทำธุรกิจไม่ได้ทำเพื่อกำไรสูงสุดอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงสังคมและชุมชนด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้นำไปใช้อธิบายกับผู้ถือหุ้นได้ เรื่องใดที่อยู่ในระดับที่เหมาะ ควรทำได้อยู่แล้ว เพราะเป็นนโยบายของแต่ละบริษัทที่ประกาศตนเป็นบริษัทที่ยังยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นธรรมดาของบริษัทที่ดี การจะยั่งยืนอยู่ได้ ไม่ใช่ตัวเองจะร่ำรวยอยู่คนเดียว ต้องดูพวกบริโภคและคนรอบข้างไปด้วยกันได้” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่า มาตรการของรัฐบาลจะเป็นการขอบริจาค แทนการออกกฎหมายกับโรงกลั่นใช่หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ไม่เคยขอใคร เขาจะบริจาคก็บริจาค เราไม่ได้เที่ยวไปขอใคร อยากให้เข้าใจ เดี๋ยวจะหาว่าไปบังคับ แต่ให้เขาพิจารณาเองว่าจะช่วยในรูปแบบไหน

