หน้าแรก เศรษฐกิจ GULF เตรียมเส...

GULF เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ อายุ 4 ปี และ 7 ปี รอ ก.ล.ต.อนุมัติ คาด ส.ค.นี้ขายผ่าน เป๋าตัง และสถาบันการเงิน

4.07.22 | 11:44 น.

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างการเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้ดิจิทัล 2 รุ่น อายุ 4 ปี และอายุ 7 ปี และหุ้นกู้ 2 รุ่น อายุ 4 ปี และอายุ 7 ปี โดยอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้นกู้ฯ ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ทั้งนี้ หุ้นกู้ฯ ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ที่ระดับ “A-” และมีอันดับเครดิตองค์กร “A” แนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยคาดว่าจะเสนอขายในเดือนสิงหาคม 2565

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ฯ ของ GULF ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไปครั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้นกู้ดิจิทัล 2 รุ่น อายุ 4 ปี และ 7 ปี ผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท และหุ้นกู้อีก 2 รุ่น อายุ 4 ปี และ 7 ปี ที่เสนอขายผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 9 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารยูโอบี บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

“มั่นใจว่า หุ้นกู้ฯ ดังกล่าวจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในบริษัทที่มีความมั่นคงและให้ผลตอบแทนที่ดี สำหรับการออกและเสนอขายหุ้นกู้ฯ ของ GULF ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปชำระคืนเงินกู้เดิมบางส่วน ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ และรองรับการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นางสาวยุพาพิน กล่าว

Advertisement

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ปี 2565 GULF มีรายได้รวม 22,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2564 และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 867 ล้านบาท หรือ 36% จากไตรมาสแรกของปี 2564 สำหรับกำไรสุทธิ (Net Profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 3,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108% จาก 1,632 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564 โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest-Bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 1.77 เท่า