หวั่นบาทอ่อนยวบจ่อ 35.75 หลังฟันด์โฟลว์ไหลออกต่อเนื่อง-จับตาเงินเฟ้อพุ่ง 8%
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.59 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 35.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.30-35.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.50-35.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยสัปดาห์นี้ ตลาดจะรอจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงรายงานการประชุมของเฟดและธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก
นายพูนกล่าวว่า เงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนมิถุนายนอาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 8.0% สูงกว่าตลาดคาด 7.5% ตามการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าพลังงาน รวมถึงอาหารและการส่งผ่านต้นทุนสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาดอาจทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนหวังว่าอาจมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบพิเศษเพื่อปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งมุมมองดังกล่าวอาจทำให้บอนด์ยีลด์ระยะสั้นผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ ปัญหาเงินเฟ้อกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงสู่ระดับ 40 จุด ในเดือนมิถุนายน กดดันแนวโน้มการบริโภคของครัวเรือนในระยะนี้ได้
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบแนวต้านใหม่ 35.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดที่กดดันฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง นอกจากนี้ ต้องระวังความผันผวนของเงินบาทช่วงรับรู้รายงานเงินเฟ้อทั่วไป ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอด้วยแรงขายของผู้ส่งออกที่ต่างรอจังหวะเงินบาทอ่อนค่า รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำอย่างไรก็ตาม เงินบาทจะยังไม่อ่อนค่าทะลุระดับ 36.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐไปได้ไกล หากตลาดไม่ได้กังวลว่าจีนจะใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งในบางพื้นที่ จนหันมาเทขายสินทรัพย์ฝั่ง EM Asia ทั้งหุ้นและบอนด์ อย่างรุนแรง
“ช่วงตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”นายพูนกล่าว
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทยังคงอ่อนค่าทำจุดสูงสุดใหม่เทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐยังคงแข็งค่า สืบเนื่องมาจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อที่มีอัตราสูงสุดในทศวรรษ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนของยูโรโซนอยู่ที่ 8.6% สูงกว่าตลาดคาด แต่ค่าเงินยูโรยังคงอ่อนค่า เนื่องจากท่าทีของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลง สัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐซึ่งตลาดคาดที่ 270,000 และรายงานผลการประชุมเฟด

