นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ผู้นำสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์และนาโนไฟแนนซ์ของเมืองไทย เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยมีนโยบายเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่การเปิดภาคเรียนตามปกติ และดีมานด์สินเชื่อเกษตรปรับเพิ่มตามราคาพืชผลการเกษตรที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อเติบโตได้เป็นอย่างดี สะท้อนได้จากสัญญาณของการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2/2565 โดยบริษัทมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโตระดับ 30%
“ภาพรวมของธุรกิจครึ่งปีแรกมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2565 บริษัทมีการเติบโตสินเชื่อได้ดี เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนทั้งนโยบายเปิดประเทศ เปิดเทอม และราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สนับสนุนให้ความต้องการสินเชื่อเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันบริษัทได้เดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ล่าสุด มีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6,475 สาขา จากเป้าหมายการเปิดสาขาปี 2565 อยู่ที่ 6,500 สาขา ซึ่งมีโอกาสจะขยายสาขาได้มากกว่าที่ประเมินไว้” นายชูชาติกล่าว
สำหรับแนวโน้มในครึ่งปีหลังของปีนี้ นายชูชาติประเมินว่ามีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง และมั่นใจว่าปีนี้พอร์ตสินเชื่อน่าจะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1.2 แสนล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ตั้งเป้ารักษาระดับ NPL ไว้ไม่เกิน 2% แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การที่บริษัทมีจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น รองรับจำนวนลูกค้าได้มากขึ้น และครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพมากขึ้น เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้นทำให้มีรายได้เพิ่มสามารถนำมาชำระหนี้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันปีนี้กลุ่มเกษตรกรน่าจะสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ดังนั้น จึงไม่มีความกังวลในเรื่องของระดับ NPL นอกจากนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายในระยะยาว โดยภายในปี 2569 บริษัทยังคงเชื่อมั่นว่าพอร์ตสินเชื่อจะเติบโตทะลุ 2 แสนล้านบาท ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) โดยฝ่ายวิจัยได้แนะนำซื้อหุ้น MTC โดยมีราคาพื้นฐาน 71 บาท อิงกับ P/BV ปีนี้ที่ 5.0 เท่า เนื่องจากแผนการเติบโตของสินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 2 แสนล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า (โตเฉลี่ยปีละ 30%) ปัจจัยหนุนคือ การขยายสาขาและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับสิ้นไตรมาส 1/2565 พอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 98.6 พันล้านบาท คาดทะลุ 1 แสนล้านบาท ในสิ้นไตรมาส 2/2565
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาอย่างน้อย 700 แห่งต่อปี โดยในไตรมาส 1/2565 เปิดสาขา 362 แห่ง รวมเป็นทั้งหมด 6,161 แห่ง ในสิ้นมีนาคม 2565 ส่วน NPL ratio ขยับขึ้นเป็น 1.7% ในสิ้นไตรมาส 1/2565 โดย NPL ที่เพิ่มหลักๆ มาจากสินเชื่อเช่าซื้อ (H/P) ซึ่งบริษัทเพิ่งเริ่มปล่อยได้ไม่นาน (ปัจจุบันมีสินเชื่อ H/P ราว 5% ของทั้งหมด) และผู้บริหารคาดว่า NPL ratio ของ H/P จะดีขึ้นครึ่งหลังของปี 2565
ขณะที่คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2-4/2565 โดยไตรมาส 2 เป็นช่วง High season ของธุรกิจเพราะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดเทอม และเริ่มเพาะปลูก คาดว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จะมากกว่าค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรอง ECL ที่สูงขึ้น

