บสย.ลุยตลาด พบปะพ่อค้าแม่ค้า แนะนำศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินเอสเอ็มอี ‘บสย. F.A. Center’ เผยผลดำเนินงาน ยอดค้ำประกัน ครึ่งปีแรก 2565 กว่า 9.2 หมื่นล้านบาทแล้ว
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นำทีมผู้บริหาร นำโดย นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ทีมที่ปรึกษาทางการเงินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) บสย. F.A. Center และทีมสำนักงานเขตนครหลวง ลงพื้นที่ ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง

พบปะผู้ประกอบการร้านค้า พ่อค้าแม่ขาย และกลุ่มผู้ค้ารายย่อย กว่า 80 ร้านค้า พร้อมแนะนำศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินเอสเอ็มอี บสย. F.A. Center หนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เติมเต็มศักยภาพทางการเงิน และเตรียมความพร้อมการพลิกฟื้นกิจการหลังเปิดประเทศตามนโยบายกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มอบหมายให้ บสย.ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายสิทธิกรกล่าวว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป การเข้าถึงสินเชื่อ สภาพคล่องทางการเงิน ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน และสินเชื่อยากขึ้น บสย.จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในช่วงเศรษฐกิจกำลังกลับมาฟื้นตัว โดยวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับทราบข้อมูลในมิติต่างๆ ของผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และกลุ่มผู้ค้ารายย่อย ทั้งสภาพปัญหาการค้าขายของกลุ่มผู้ค้ารายย่อย ความต้องการเข้าถึงสินเชื่อ หลังการเปิดประเทศ ให้ข้อแนะนำเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อ รวมถึงแนะนำศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินเอสเอ็มอี บสย. F.A. Center
“บสย.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า รวมถึงจัดตั้งศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินเอสเอ็มอี (บสย. F.A. Center) ซึ่งพบว่าตั้งแต่ปี 2563 ศูนย์ดังกล่าวมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาขอคำปรึกษากว่า 1.2 หมื่นราย คิดเป็นวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้ได้รับการช่วยเหลือทางการเงินเรียบร้อยแล้วประมาณ 2 พันราย” นายสิทธิกรกล่าว
นายสิทธิกรกล่าวว่า ภายใต้แนวคิด TCG Fast & First รวดเร็ว รอบคอบ ที่ 1 ในใจ SMEs บสย.ตอกย้ำความมั่นใจพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม และพร้อมเป็นหลักประกันทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการทุกราย โดยเฉพาะรายย่อย ที่ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินและขอค้ำประกันสินเชื่อ
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ บสย.ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ บสย.จัดสรรวงเงินอีก จำนวน 10,000 ล้านบาท ทำให้ บสย.มีวงเงินรองรับการค้ำประกันสินเชื่อในโครงการ บสย.เอสเอ็มอีสร้างชาติ (พีจีเอส 9) รวม 23,000 ล้านบาท จนถึง 30 พฤศจิกายน 2565 ปรึกษาการเข้าถึงสินเชื่อ และขอรับคำปรึกษาด้านการเงิน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินเอสเอ็มอี บสย. F.A. Center หรือ บสย.คอลเซ็นเตอร์ 0-2890-9999
“โดยที่ผ่านมา บสย.ได้ดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ เอสเอ็มอีสร้างชาติ หรือพีจีเอส 9 มีวงเงินรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ส่วนวงเงินอีก 23,000 ล้านบาทนั้น บสย.คาดว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบได้ 2-3 เท่า หรือราว 7 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อีกกว่า 7 พันราย”
นายสิทธิกรกล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ บสย.ได้พิจารณาโครงการค้ำประกันสินเชื่อ พีจีเอส 10 อีก 1 แสนล้านบาทแล้ว และหลังจากนี้จะมีการเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป พร้อมกันนี้ บสย.จะมีการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขออนุมัติโครงการค้ำประกัน ไมโคร 5 (Micro 5) ในวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มเปราะบางได้อีกกว่า 2.5 แสนราย โดยโครงการไมโคร 4 มีวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการได้ 1.7 แสนราย
นายสิทธิกรกล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานของ บสย.ในครึ่งแรกของปี 2565 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565) มียอดค้ำประกันอยู่ที่ 9.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมียอดการอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่ออยู่ที่ 7.06 หมื่นฉบับ และมีลูกค้าทั้งสิ้น 6.8 หมื่นราย โดยมีเป้าหมายในการค้ำประกันทั้งปี 2565 ที่ 1.7 แสนล้านบาท


