‘ดอน’ หารือ ‘หวัง อี้’ จีนรับจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เร่งอำนวยความสะดวกส่งออกผลไม้ไทย
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวหลังหารือร่วมกับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่อยู่ระหว่างเดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศว่า การหารือครอบคลุมทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาส 10 ปีของความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ไทย-จีน เราเน้นเป็นการเฉพาะถึงประชาชนไทย-จีนในอนาคตที่จะมีให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป หลังจากที่เราได้มีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1975
นายดอนกล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่หารือกันอย่างมากคือด้านเศรษฐกิจ ที่มีการดำเนินการครั้งล่าสุดจากที่ได้พบกันที่อานฮุย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องการขนส่งสินค้าที่เกิดการเน่าเสีย ที่ท่านหวัง อี้ ได้ช่วยผลักดันตั้งแต่คราวที่แล้ว ทำให้การขนส่งสินค้าอย่างทุเรียน มังคุด และอีกหลายๆ อย่าง ได้ดำเนินไปในลักษณะที่ได้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ทั้งกับผู้ผลิตฝั่งไทยและผู้บริโภคในจีน จากเรื่องนั้นก็ได้มีการหารือเพื่อมองไปข้างหน้าร่วมกัน รับรู้ว่าเราจะต้องทำอะไรหลายอย่างเพิ่มเติม เป็นต้นว่าจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่มาประจำอยู่จุดตั้งต้นเพื่อให้การขนส่งผลไม้ไทยไปจีนสามารถดำเนินไปได้โดยที่ไม่ต้องมานั่งตรวจเช็คกัน ถ้าหากมีการตรวจสอบกันมาตั้งแต่ต้นทางเป็นต้น นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องความร่วมมือด้านอื่นๆ สุดท้ายคือเรื่องคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งรัฐบาลจีนจะเขาไปดูแลปัญหานี้ที่กระทบกระเทือนคนทั้งหลายที่มีมือถือซึ่งมีคอลเซ็นเตอร์โทรเข้ามาบ่อยๆ
ด้านนายหวัง อี้ กล่าวว่า แม้สถานการณโลกวุ่นวายเปลี่ยนแปลงไปตลอด แต่สัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีความยั่งยืนโดยตลอด การพูดคุยกันของเรามีแต่มิตรภาพและความร่วมมือ และมีความเห็นชอบร่วมกันในหลายประการ เราเห็นพ้องกันว่าเราควรร่วมมือสร้างประชาคมสำหรับอนาคตของจีน-ไทย เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาในอนาคตสองประเทศ เราควรสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป ซึ่งเป้าหมายที่จะสร้างประชาคมร่วมกันในอนาคตนั้นจะมีความหมายอย่างที่เราบอกว่าจีนไทยไม่ใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน จะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศคึกคักมากขึ้น เชื่อมั่นว่าจะทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศจะมีความเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น
นายหวัง อี้ กล่าวว่า ประการที่ 2 คือจะสร้างระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมจีน-ลาว-ไทย เรียกว่าเป็นสายแถบเชื่อมการพัฒนาที่เชื่อมโยงระหว่าง 3 ประเทศ ซึ่งสามารถลงทางใต้ไปถึงอีอีซีของไทย ขึ้นทางเหนือไปถึงระเบียงเศรษฐกิจของลาว จากนั้นก็เชื่อมขึ้นไปยังยูนนานของจีน และยังสามารถส่งสินค้าไปถึงยุโรปผ่านระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมโยงทางบกกับทางทะเล เป้าหมายของเราคือให้ใช้โลจิสติกส์เพื่อผลักดันการค้าการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้ง 3 ประเทศ สร้างสายแถบแห่งการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนทั้งสามประเทศได้ประโยชน์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้สินค้าเกษตรของไทยสามารถนำเข้าไปยังตลาดที่มีขนาดใหญ่ของจีนได้โดยเร็ว และยังสามารถผ่านไปยังตลาดยุโรปได้อีกทางหนึ่ง ตนเชื่อมั่นว่าในอนาคตเราทั้ง 3 ประเทศจะสามารถสร้างความร่วมมือเพื่อเปิดช่องทางด่วนให้กับทุเรียนรวมถึงสินค้าเกษตรอื่นๆ ของไทย
มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวว่า ประการที่ 3 คือเรามีความเห็นพ้องกันเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ และมีการเซ็นเอ็มโอยูเกี่ยวกับความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งสามารถมีส่วนช่วยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของทั้งสองประเทศ และสร้างบทบาทของทั้งสองประเทศต่อการพัฒนาไซเบอร์ทั่วโลก ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นชอบที่จะส่งเสริมความร่วมมือปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยใช้ทุกวิถีทาง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
นายหวัง อี้ กล่าวว่า ประการที่ 4 จีนสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปคในปีนี้ ทั้งหัวข้อประเด็น 3 ประการที่ไทยเสนอ และสนับสนุนข้อริเริ่มที่มีความหมายอย่างสร้างสรรค์ที่ฝ่ายไทยได้เสนอ การประชุมครั้งนี้ยังจะเป็นการประชุมแบบพบหน้าครั้งแรกหลังการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งมีความหมายอย่างสำคัญต่อกระบวนการพัฒนาในกรอบเอเปค เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมเอเปคครั้งนี้จะมุ่งความสนใจไปที่การพัฒนาและการสร้างเขตการค้าเสรีในเอเชียแปซิฟิก และหวังว่าการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยจะทำให้เอเปคมีการพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น

