หน้าแรก เศรษฐกิจ EIC คาด ธปท.เ...

EIC คาด ธปท.เร่งออกนโยบายคุมเงินเฟ้อช่วงของแพง-ค่าแรงถูก

6.07.22 | 20:20 น.

EIC คาด ธปท.เร่งออกนโยบายคุมเงินเฟ้อช่วงของแพง-ค่าแรงถูก

รายงานจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุถึงกรณีความท้าทายของนโยบายการเงินไทยในช่วงของแพง-ค่าแรงถูก ว่า เงินเฟ้อไทยที่เร่งตัวต่อเนื่องทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้น แต่ด้วยเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเปราะบาง การดำเนินนโยบายจึงมีความท้าทายอย่างมาก แม้การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน แต่รายได้กลับลดลงรุนแรงกว่ามาก ในระยะถัดไปคาดว่า ธปท.จะใช้แนวทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีเป้าหมายเพื่อลดเงินเฟ้อคาดการณ์เป็นหลัก ดังนั้น คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณควบคุมเงินเฟ้อ

รายงานระบุว่า คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณควบคุมเงินเฟ้อ จากการเปรียบเทียบการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในแต่ละรูปแบบพบว่า การขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่อง ลักษณะขึ้น 2 ครั้งในปี 2565 และอีก 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 คราวละ 0.25% หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 1 ครั้ง สามารถลดเงินเฟ้อคาดการณ์ได้ดีที่สุด โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมากจนเกินไป

นอกจากนี้ แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านราคา และส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและมีความเปราะบาง การดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวเพื่อควบคุม เงินเฟ้อยิ่งจะมีความท้าทายมากขึ้น

รายงานระบุว่า ศูนย์วิจัยจึงได้ทำการศึกษาการทำนโยบายการเงิน โดยการขึ้นดอกเบี้ยช้า-เร็วต่างกันส่งผลต่อพลวัตเงินเฟ้อ และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างไร อีกทั้ง เพื่อประเมินว่าการดำเนินนโยบายการเงินมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางใด โดยอิงจากการให้ความสำคัญต่อข้อมูลเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาผ่าน Loss function ของ ธปท. ที่ถ่วงน้ำหนักระหว่างอัตราเงินเฟ้อและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยการศึกษาแบ่งออกเป็น 4 กรณี

กรณีที่ 1 ขึ้นดอกเบี้ยอย่างช้าๆ : จำลองสถานการณ์ที่ ธปท.ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในขนาดน้อย โดยหลีกเลี่ยงผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวชะลอลง จึงขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ซึ่งทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่หลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปีทำให้ ธปท.สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้อีกสองครั้งในไตรมาสที่ 1 และ 2 ในปี 2566 ครั้งละ 0.25%

Advertisement

กรณีที่ 2 ขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป แต่ต่อเนื่อง : จำลองสถานการณ์ที่ ธปท.ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง 4 ไตรมาส ไตรมาสละ 0.25% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อคาดการณ์ของประชาชน ซึ่งก็จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่าในกรณีที่ 1 เล็กน้อย

กรณีที่ 3 ขึ้นดอกเบี้ยเร็วในระยะสั้น : จำลองสถานการณ์ที่ ธปท.ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วตามที่ผู้ร่วมตลาดบางส่วนคาดการณ์ คือ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในทุกรอบการประชุมที่เหลือของปีนี้ 3 รอบ ในเดือนสิงหาคม กันยายน และพฤศจิกายน ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้เงินบาทแข็งค่าเร็วขึ้น

กรณีที่ 4 ขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงในปีนี้ : จำลองสถานการณ์ที่ ธปท.ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วและแรง คล้ายกับกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ดำเนินการ ซึ่งในกรณีนี้สะท้อนว่า ธปท.กังวลความเสี่ยงด้านราคาสูงและพร้อมเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวลงรุนแรง โดย ธปท.ขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 2.25% ในช่วงที่เหลือปีนี้ ซึ่งจะทำให้เงินบาทแข็งค่าเร็วตามไปด้วย