หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ททท.’ เปิดตั...

‘ททท.’ เปิดตัวแคมเปญ ‘เที่ยวไปด้วยกัน สุขใจไปกับปันสุข’ รับเปิดประเทศ

6.07.22 | 19:18 น.

‘ททท.’ เปิดตัวแคมเปญ ‘เที่ยวไปด้วยกัน สุขใจไปกับปันสุข’ รับเปิดประเทศ

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า โครงการ “เที่ยวไปด้วยกัน สุขใจไปกับปันสุข” เป็นการจำลองบรรยากาศการท่องเที่ยวผ่าน “น้องสุขใจ” Mascot ของ ททท. ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ตัวน้อยที่จะพา “น้องปันสุข” ตัวแทนนักท่องเที่ยว ออกเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ของประเทศไทย ผ่านนิทรรศการศิลปะ เพื่อเปิดโอกาสให้คนหยิบเอาความคิดสร้างสรรค์มาช่วยพัฒนามิติต่างๆ ของเมือง กิจกรรมทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยฝีมือของกลุ่มภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และส่งเสริมการรวมกลุ่มของนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่สืบต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยความร่วมมือร่วมใจของศิลปิน และหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน จนถึงผู้ประกอบการ และเจ้าของธุรกิจท้องถิ่นต่างๆ เพื่อยกระดับศักยภาพของพื้นชุมชนย่านเมืองเก่า ไปสู่การขับเคลื่อนความเป็นชุมชนเมืองครีเอทีฟ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป

สำหรับโครงการ “เที่ยวไปด้วยกัน สุขใจไปกับปันสุข” ประกอบด้วย 5 สตรีทอาร์ตสุดชิค ดังนี้

1.ตลาดน้อย เป็นย่านเก่าแก่ในเขตกรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นตลาดที่ชาวจีนเรียกกันว่า “ตะลักเกี้ยะ” หรือ “ตลาดน้อย” ซึ่งบรรยากาศของสตรีทอาร์ตในตลาดน้อย ประกอบด้วยภาพน้องสุขใจและน้องปันสุขที่แวะเที่ยวถ่ายรูปกับรถสีส้มสุดเก๋า เจ้าถิ่นที่จอดประจำอยู่ริมกำแพงอิฐ แวะสักการะศาลเจ้าโรงเกือก สัมผัสกลิ่นอายของเทศกาลกินเจ ชิมขนมเต่าที่แสนอร่อย นอกเหนือจากสตรีทอาร์ตแล้ว พื้นที่ตลาดน้อยยังได้รับความร่วมมือจาก 7 โรงเรียน ได้แก่ 1.โรงเรียนกุหลาบวิทยา 2.โรงเรียนราชวินิตมัธยม 3.โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 4.โรงเรียนเทพศิรินทร์ 5.โรงเรียนบางมดวิทยา 6.โรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 7.โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ส่งตัวแทนเด็กนักเรียนมาสร้างสรรค์สตรีทอาร์ตในหัวข้อ “คิดถึงตลาดน้อย คิดถึงอะไร” อีกด้วย

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นตลาดที่มีอายุมากว่า 100 ปี มีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่เป็นเอกลักษณ์ สตรีทอาร์ตจุดนี้ แสดงให้เห็นถึงน้องสุขใจและน้องปันสุขที่กำลังเพลิดเพลินกับขนมไทยหลากหลายชนิด อาทิ ขนมเกสรขนมลำเจียก ขนมสัมปันนี ขนมลูกเต๋า ขนมขี้ควาย ขนมไข่ปลา ข้าวต้มมัด และกล้วยปิ้ง พลาดไม่ได้คือการแวะสักการะ ศาลเจ้ากวนอูที่ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าโรงทองและ “หลวงพ่อใหญ่” องค์พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัดม่วง ก่อนจบทริปน้องสุขใจและน้องปันสุขยังได้แวะหมู่บ้านทำกลองเอกราช ที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดในประเทศไทย

3.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จัดเป็นเมืองที่มีเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติสวยงามของทะเล องค์ประกอบของสตรีทอาร์ตแห่งนี้ จะสื่อถึงภาพน้องสุขใจและน้องปันสุขที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารที่อร่อยมากมายหลากหลายเมนู เช่น เมนูขึ้นชื่ออย่าง ไก่ทอดหาดใหญ่ ติ่มซำ ซาลาเปาทอด และขนมดอกกระโดน นอกจากนี้ยังได้นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ อาคารชิโนโปรตุกีส เจดีย์สแตนเลส วัดฉื่อฉาง อีกหนึ่งไฮไลต์ของหาดสมิหลาคือ รูปปั้นนางเงือก และหอนาฬิกา ซึ่งในบริเวณจุดนี้จะมีภาพวาดขนาดใหญ่กว่า 200 ตารางเมตร

Advertisement

4.หนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนในจังหวัด ไฮไลต์ที่ใครเห็นสะดุดตาคือเจ้าตุ๊กตาเป็ดสีเหลืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมหนองน้ำ จุดเด่นของสตรีทอาร์ตแห่งนี้ ประกอบด้วยภาพน้องสุขใจและน้องปันสุขที่ได้ล่องเรือชมทะเลบัวแดงของหนองหานกุมภวาปี เพื่อถ่ายรูปสวยๆ คู่กับ “คุณทองโบราณ” มาสคอตประจำจังหวัดอุดรธานี โดยมีประวัติที่น่าสนใจ คือเป็นการค้นพบโครงกระดูกสุนัขโบราณ อายุกว่า 3,000 ปี จากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ต่อด้วยการเดินทางไปยังพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีที่เป็นจุดเด่นของวัดป่าภูก้อน ต่อด้วยเที่ยวชมมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่าที่เหมือนราวกับยกเมืองจีนมาไว้ใจกลางอุดร แบบเนียนกริ๊บเลยก็ว่าได้ ปิดท้ายด้วยการแวะช้อปปิ้งของฝากอย่างไหบ้านเชียงที่มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ต้นตำรับบ้านเชียง ที่มีอายุกว่า 5,600 ปี

5.เกาะญวน จังหวัดนครสวรรค์ จัดว่าเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ คลองญวนชวนรักษ์นำเสนอภาพสตรีทอาร์ต โดยองค์ประกอบของสตรีทอาร์ตแห่งนี้คือน้องสุขใจและน้องปันสุขที่โลดแล่นบนหลังมังกร ณ เกาะญวน เพื่อที่เตรียมจะไปเยี่ยมชมสถานที่สุดพิเศษ อย่างอุทยานนครสวรรค์เพื่อทักทายมังกรสวรรค์ที่ตั้งตระหง่าน และเข้าสักการะวัดศรีอุทุมพร และวัดคีรีวงศ์ ซึ่งเป็นวัดที่ชาวนครสวรรค์ให้ความเคารพศรัทธา ต่อด้วยการไปเที่ยวชมพาสาน สถาปัตยกรรมสุดล้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะจบทริปด้วยการไปหอชมเมืองนครสวรรค์ที่สูงถึง 10 ชั้น ซึ่งจะมองเห็นทิวทัศน์บึงบอระเพ็ด พร้อมเก็บประสบการณ์ ความประทับใจจากการท่องเที่ยวในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับนักท่องเที่ยว อาทิ กิจกรรม “ตามหาสุขใจกับปันสุข” โดยให้นักท่องเที่ยวแสกน QR CODE ที่บริเวณสตรีทอาร์ตแต่ละพื้นที่ พร้อมลงทะเบียนกับโครงการ 100 ท่านแรก จะได้สิทธิรับรางวัล NFT รุ่น Limited edition ของโครงการ อีกหนึ่งกิจกรรมคือ “ถ่ายรูปกับสุขใจและปันสุข” เพียงคุณถ่ายรูปอย่างสร้างสรรค์กับภาพสตรีทอาร์ต พร้อมติดแฮชแท็ก #amazingthailand #สุขใจไปกับปันสุข #สุขใจปันสุข พร้อมตั้งโพสต์เป็นสาธารณะ 5 โพสที่สร้างสรรค์ลุ้นรับรางวัล NFT รุ่น Limited edition เช่นกัน โดยสามารถร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2565 ข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับรางวัล สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.golocalwithsukjaipunsuk.com

“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชื่อมั่นว่าการจัดทำโครงการครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวของไทยในอนาคตให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ชุบชีวิตย่านเก่าให้เต็มไปด้วยสีสัน ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายภาพคู่กับงานศิลปะบนผนัง นอกจากจะชมภาพวาดแล้ว ภาพสตรีทอาร์ตยังให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเรื่องราว เกี่ยวกับชุมชนให้แก่นักท่องเที่ยวไปพร้อมกัน” นายอภิชัยกล่าวทิ้งท้าย