‘เฉลิมชัย’ หนุนจับมือญี่ปุ่นแปรรูปสาหร่าย เป็นเชื้อเพลิงและอาหาร ตั้งเป้าเดินเครื่องในไทยปีนี้

7.07.22 | 16:15 น.

‘เฉลิมชัย’ หนุนจับมือญี่ปุ่นแปรรูปสาหร่าย เป็นเชื้อเพลิงและอาหาร ตั้งเป้าเดินเครื่องในไทยปีนี้

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ วิวิธเกยูรวงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงโตเกียว นายโชติ พึงเจริญพงศ์ คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ นายสกนธ์ วนาเศรษฐี ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการผลิตสาหร่ายเป็นน้ำมันเครื่องบิน ที่บริษัทชิโตเซะ (CHITOSE) เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ

ทั้งใน นางริเอะ คุจิมิยะ ประธานฝ่ายปฏิบัติการบริษัท ชิโตเซะ ได้ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลงานการวิจัยและพัฒนาสาหร่าย พร้อมนำชมห้องแล็บปฏิบัติการผลิตสาหร่ายในระบบปิดเพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพทดแทนพลังงานจากฟอสซิล ตามแนวทางพลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน พร้อมกันนี้ ยังมีเป้าหมายในการแปรรูปสาหร่ายเป็นอาหารประเภทโปรตีนจากพืช (plant based protein) และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ อื่นๆ โดยขณะนี้ได้จัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือกับหลายประเทศและพร้อมร่วมมือกับทางการไทยและเอกชนของไทยโดยมีคอนเซ็ปต์ว่า “Cultivate The Earth”

ภายหลังการเยี่ยมชม นายอลงกรณ์ ได้กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของบริษัทชิโตเซะในการวิจัยและพัฒนาที่ก้าวหน้า จนเกิดนวัตกรรมชีวภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น แปรรูปสาหร่ายเป็นน้ำมันเครื่องบิน และชีวภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งวิสัยทัศน์ และแนวทางของบริษัทชิโตเซะสอดคล้องกับนโยบายBCG Model(Bio-Circular-Green Economy) ของรัฐบาลไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ภายใต้นโยบายเกษตรอาหารเกษตรพลังงานและนโยบายอาหารแห่งอนาคต ซึ่งกรมประมงเริ่มเดินหน้าแล้วในปีนี้ โดยส่งเสริมสาหร่ายทะเล (Seaweed) และสาหร่ายน้ำจืด (Freshwater Algae) เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ เพราะเลี้ยงง่าย โตไวให้ผลผลิตเร็ว มีน้ำมันและโปรตีนสูง

รวมทั้งมีกรดอะมิโน และแร่ธาตุหลายชนิดที่มีคุณค่าทางสารอาหาร เหมาะกับการนำมาเป็นอาหารทางเลือกใหม่ทั้งอาหารคน และอาหารสัตว์ อีกทั้งยังแปรรูปเป็นน้ำมันชีวภาพ เครื่องสำอางและเวชภัณฑ์สู่เกษตรมูลค่าสูง ช่วยสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ใหม่ให้เกษตรกร นอกจากนี้ยังดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยลดภาวะโลกร้อนจากผลกระทบของก๊าซเรือนกระจก โดยมอบสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว เป็นผู้ประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทชิโตเซะต่อไป

“สำหรับโครงการผลิตสาหร่ายเพื่อแปรรูปสร้างมูลค่าสู่เกษตรมูลค่าสูง เริ่มดำเนินการทันทีปีนี้ โดยต่อยอดนวัตกรรมงานวิจัยของ สวทช. กรมประมง ศูนย์เอไอซี. (AIC) และเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมากรมประมงร่วมกับมูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมทและมูลนิธิเวิลด์วิว อินเตอร์เนชั่นแนลได้จัดการสัมมนาเรื่อง “อนาคตสาหร่ายทะเลในประเทศไทย Seaweed : The Next Future” มีองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หน่วยงานวิจัยและภาครัฐภาคเอกชนของไทยและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก” นายอลงกรณ์ กล่าว

Advertisement