“ศรีจันทร์” ลั่นตรึงราคาสู้ต้นทุนพุ่ง-บาทอ่อน ส่ง “ซุปเปอร์ ซี” ชิงเค้กสกินแคร์แสนล้าน
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางค์แบรนด์ ”ศรีจันทร์” เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายทำให้ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในปี 2565 เริ่มดีขึ้นจากปีก่อน เพราะคนออกจากบ้านซื้อของและร้านค้ามีการจัดโปรโมชั่นมากขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า คาดว่าปีนี้ตลาดจะเติบโตอยู่ที่ 5-6% ซึ่งในส่วนของศรีจันทร์ จะมียอดขายเติบโตขึ้นมากกว่า 10% จากปีก่อนมียอดขายประมาณ 500 ล้านบาท
“ช่วงโควิดบริษัทเจอ 2 เด้ง คนใช้เครื่องสำอางน้อยลงเพราะไม่ได้ออกจากบ้าน และช่องทางการจัดจำหน่ายน้อยลง จากที่ห้างถูกปิด ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างหนัก ขณะนี้เริ่มดีขึ้น และปรับแผนธุรกิจใหม่และขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสกินแคร์ โดยออกสินค้าซุปเปอร์ ซี เซรั่ม ถนอมผิว มี 2 ขนาด แบบซอง 10 มล. ราคา 39 บาทและแบบขวด 30 มล. ราคา 399 บาท ซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจและเป็นตลาดมีส่วนแบ่งถึง 57% ของมูลค่ารวมตลาดความงาม 1.447 แสนล้านบาท ขณะที่กลุ่มเมคอัพมีส่วนแบ่ง 15%”นายรวิศกล่าว

นายรวิศกล่าวว่า บริษัทจะยังไม่ปรับราคาขายขึ้น โดยจะตรึงให้นานที่สุด แม้ต้นทุนวัตถุดิบใช้ผลิตจะเพิ่มขึ้น 15% ตามราคาน้ำมัน เช่น พลาสติก กระดาษ จะเจรจาซัพพลายเออร์ให้ทำต้นทุนในราคาที่ใกล้เคียงเดิมมากที่สุดและจัดซื้อในปริมาณที่มากเพื่อให้ราคาถูกลง เพราะการขึ้นราคาตอนนี้ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อยากขึ้น อย่างไรก็ตามมีเรื่องค่าเงินอ่อนค่าเข้ามาเป็นปัจจัยเพิ่มที่อาจจะทำให้อาจะมีการปรับราคาขึ้น เพราะกระทบต้นทุนผลิตที่มีวัตถุดิบบางอย่างต้องนำเข้าจากประเทศ ซึ่งเงินบาทอ่อนค่าเกิน 36 บาท เกินจากต้นทุนเก่าที่บริษัทล็อกไว้ที่ 34-35 บาท หลังจากนี้จะเป็นต้นทุนใหม่ และจะพยายามปรับราคาขึ้นให้ช้าที่สุดเท่าที่เป้นไปได้
นายรวิศกลราวว่า สำหรับช่องทางการจำหน่ายนอกจากขายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปยัง 3 ตลาดหลัก คือ ญี่ปุ่น จีน และซีแอลเอ็มวี โดยมีสัดส่วน 5%

