ลุ้นเอกชนไทยออกหุ้นกู้ทะลุ 1.2 ลลบ. หลังคาดทั้งปี 65 แตะ 1 ลลบ. ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อนแน่นอน
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ไทยบีเอ็มเอ) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2565 ประเมินจากการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 มีมูลค่า 660,121 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของมูลค่าการออกทั้งปี 2564 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 27% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยมูลค่าการออกหุ้นกู้ในทุกกลุ่มอันดับเครดิตเพิ่มมากขึ้น และมีอายุเฉลี่ยยาวขึ้นจาก 4.7 ปี เป็น 5.1 ปี และพบว่าหุ้นกู้รุ่นอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปมีการออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 6 เดือนแรกปี 2565
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการออกสูงสุด 3 ลำดับแรกในครึ่งปีแรก ได้แก่ 1.กลุ่มพลังงาน 24% 2.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 15% และ 3.กลุ่มปิโตร 13% ซึ่งจำนวนผู้ออกหุ้นกู้รายใหม่ (newcomer) เพิ่มขึ้นถึง 14 บริษัทจาก 7 บริษัทในครึ่งแรกปี 2564 โดยคาดการณ์ว่า ทั้งปี 2565 มูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวจะทะลุ 1 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แน่นอน รวมถึงยังมีโอกาสเห็นมูลค่าสูงขึ้นแตะ 1.2 ล้านล้านบาทด้วย

“การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่น 10 ปี (Bond Yield) ปรับสูงขึ้นกว่า 100 bps. หรือ 1% ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการออกตราสารหนี้ของทั้งภาครัฐและเอกชน แต่มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมายังเพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการเร่งระดมทุนของผู้ออกภาคเอกชนเพื่อล็อคต้นทุนการเงิน จากการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะขยับสูงขึ้นไปอีกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยคาดว่าจะมีหุ้นกู้ครบกำหนด 326,479 ล้านบาทในครึ่งหลังของปีนี้ หนุนมูลค่าหุ้นกู้เพิ่มขึ้น” นางสาวอริยา กล่าว
นางสาวอริยา กล่าวว่า กระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์) ในช่วง 2 เดือนแรกของปี (มกราคม-กุมภาพันธ์) นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง แต่พลิกกลับเป็นขายสุทธิหลังการเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ช่วงเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเริ่มทยอยกลับเข้าซื้อ ก่อนที่เดือนมิถุนายน จะไหลออกอีก 41,602 ล้านบาท เนื่องจากเฟดขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งมองว่าไม่ได้เป็นการไหลออกจากตลาดไทยเท่านั้น ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 กระแสเงินลงทุนต่างชาติลดลงสุทธิ 5,175 ล้านบาท โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 นักลงทุนต่างชาติมียอดถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 1.03 ล้านล้านบาท คิดเป็น 7% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ถือครอง 8.4 ปี รวมถึงหากเฟดมีการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น ก็อาจเห็นการไหลออกของฟันด์โฟลว์เพิ่มขึ้นได้ แต่เป็นอายุการถือครองสั้นๆ ไม่เกิน 3 ปี และไม่ทิ้งตลาดลงทุนของไทยแน่นอน

นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ด้วยมูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวในครึ่งปีแรกแล้วกว่า 6 แสนล้านบาท ประกอบกับส่วนที่จะออกเพื่อทดแทนรุ่นที่ครบกำหนดไถ่ถอนในครึ่งหลังของปี ทำให้คาดว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวในปีนี้จะทะลุ 1 ล้านล้านบาทได้เป็นปีที่สาม โดยมีโอกาสทำสถิติการออกสูงสุดใหม่หากเศรษฐกิจไทยมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยทิศทางการดำเนินงานของสมาคมในระยะ 2 ปีแรก (2565-2566) ของการเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ จะอยู่ภายใต้แนวคิด “เสริมสร้าง ยกระดับ ขับเคลื่อน” ได้แก่ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของผู้ร่วมตลาด ยกระดับสู่ความเป็นเลิศในการพัฒนาบริการข้อมูลอย่างครบวงจรของสมาคม และขับเคลื่อนด้านความรู้และการศึกษาของผู้ร่วมตลาด รวมถึงส่งเสริมด้าน ESG เพื่อมุ่งไปสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดตราสารหนี้
ทั้งนี้ สมาคมฯ มี 5 พันธกิจที่สำคัญคือ 1.การเป็นองค์กรกำกับดูแลสมาชิก ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ประกอบธุรกิจการค้าตราสารหนี้ 2.การให้บริการและเป็นศูนย์กลางข้อมูลในตลาดตราสารหนี้ 3.การส่งเสริมธุรกิจผู้ร่วมตลาด 4.การจัดทำและเผยแพร่ราคาอ้างอิงตราสารหนี้ และ 5.การพัฒนาตลาดตราสารหนี้และการให้ความรู่ด้านตราสารหนี้แก่ผู้มีส่วนร่วมในตลาด

