“พรอสเพคฯ” ขยายคลังสินค้า เจาะ 3 ทำเลเด็ด บางพลี วังน้อย บางปะกง ตั้งเป้า 1 ล้านต.รม.ในอนาคต
นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในเครือบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป็นก้าวสำคัญ ของ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ในการตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงบริหารจัดการโรงงานและคลังสินค้า กลยุทธ์ ‘มากกว่าพื้นที่’ (More Than Just Space) สะท้อนถึงความตั้งใจส่งมอบคุณค่า ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจที่ล้วนแตกต่าง ประกอบกับจุดแข็งของเราในหลายด้าน อาทิ ทำเลที่ตั้งโครงการบริเวณถนนบางนา-ตราด กม.23 ครอบคลุมทั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรมทั่วไป (General Zone) และเขตปลอดอากร (Free Zone) บนทำเลยุทธศาสตร์บางพลี จัดเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการทางด้านโลจิสติกส์ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ การกระจายตัวในส่วนอุตสาหกรรมของผู้เช่าที่มีความหลากหลาย ทำให้ในช่วงโควิดที่ผ่านมา เรายังสามารถยืนหยัดเติบโตท่ามกลางวิกฤต โดยเฉพาะผู้เช่าเดิมที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจแปรรูปอาหาร มีแนวโน้มต่อสัญญาระยะยาวมากขึ้น
น.ส.รัชนีกล่าวว่า ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เนื่องมาจากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ข้อมูลจาก ETDA คาดการณ์ว่ามูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยในปี 2564 เติบโตอยู่ที่ 4.01 ล้านล้านบาท ปัจจัยดังกล่าวนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า มีการปรับรูปแบบเพิ่มความหลากหลายของการให้บริการ รวมถึงเสริมระบบเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการมากขึ้น

ปัจจุบัน พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ มีพื้นที่ให้เช่าภายใต้การบริหารจัดการทั้งสิ้น 520,000 ตารางเมตร และมีเป้าหมายที่จะพัฒนาต่อเนื่องไปถึง 1,000,000 ตารางเมตร ใน 6 โครงการ ซึ่งตั้งอยู่บน 3 ทำเลศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ไทย ไม่ว่าจะเป็น ย่านบางพลี ตอบโจทย์ธุรกิจโลจิกติกส์ โรงงานขนาดใหญ่ พื้นที่วังน้อย เขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สำคัญของภาคกลาง เชื่อมต่อเส้นทางการเดินทางไปยังภาคเหนือและภาคอีสาน รวมถึง พื้นที่บางปะกง ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่เช่าสู่ 1,000,0000 ตารางเมตร จะใช้งบลงทุนปีละ 1,500 ล้านบาท ในส่วนของภาพรวมอัตราการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าในโครงการ BFTZ 1 ถนนบางนา-ตราด กม.23 ยังคงสดใส เฉลี่ยอยู่ที่ 90%
“เราจะไม่หยุดพัฒนาและยังคงเดินหน้าการขยายพื้นที่ตามยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของไทย ด้วยประสบการณ์ของทีมงานมืออาชีพ พร้อมส่งมอบคุณภาพอาคาร ควบคุมสภาพแวดล้อมในโครงการอย่างรอบด้าน ผนวกกับบริการครบวงจรแบบ One Stop Service และให้ความยืดหยุ่นในการบริการ ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มเติมลูกค้ากลุ่มใหม่ให้เข้ามาเช่าพื้นที่ในโครงการได้ ซึ่งอุตสาหกรรมหลักที่เช่าพื้นที่ในโครงการของเราปัจจุบัน ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์, อิเล็กทรอนิกส์, อาหาร, ชิ้นส่วนรถยนต์, รีไซเคิล ขณะที่ ปัจจัยเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและฝีมือแรงงานไทย ยังช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตและดำเนินธุรกิจมากขึ้นอีกด้วย” นางสาวรัชนี กล่าวเ

