หน้าแรก เศรษฐกิจ ทีเอพี กรุ๊ป ...

ทีเอพี กรุ๊ป ติดตั้งโซลาร์ฟาร์มบนพื้นที่โรงงานเบียร์ สู่เป้าหมายรักษ์สิ่งแวดล้อม-ความยั่งยืน

7.07.22 | 20:54 น.

นายกวี เมฆทรงฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต กลุ่มบริษัทไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ หรือทีเอพี กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มไฮเนเก้น ไทเกอร์ และเชียส์ กล่าวว่า โรงงานเบียร์ของทีเอพี ที่ต.ไทรใหญ่ จ.นนทบุรี ได้ดำเนินโครงการโซลาร์ฟาร์ม “TAP’s Brewed by the Sun” ติดตั้งแผง Solar PV ขนาด 1.2 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ 10 ไร่ เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์มาทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในโรงผลิต โดยเมื่อระบบพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมผลิตอย่างเต็มศักยภาพจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนคิดเป็น 30% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในโรงผลิต ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในส่วนของกระบวนการผลิตเบียร์ได้ถึง 720 ตัน CO2e ต่อปี หรือ 1.48 kgCO2e/HL ตลอดกรอบระยะเวลา 10 ปี สามารถผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 1,700 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้ในแต่ละปี เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือน ในต.ไทรใหญ่ จำนวน 736 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 30% ของครัวเรือนทั้งหมดในต.ไทรใหญ่

“เรื่องการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯและโรงผลิตเราได้มีแผนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันครอบคลุมทุกมิติทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่ม ทั้งในเรื่องของการบำบัดน้ำเสีย การกำจัดของเสียโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และล่าสุดกับเป้าหมายในการนำพลังงานสะอาดมาใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งบริษัทฯได้ริเริ่มขึ้นมาตามยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของไฮเนเก้น “Brew A Better World” ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นต่อทั้งธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานอื่นให้ได้สูงสุด ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนของภาคการผลิตให้ได้ภายในเป้าหมายปี 2573 ตามแผนที่เราวางไว้และสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วยเช่นกัน”

นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังได้เข้าเยี่ยมชมโครงการโซลาร์ฟาร์มของทีเอพี ว่าแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของทางภาครัฐในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ซึ่งภาคเอกชนถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้แผนยุทธศาสตร์นี้สำเร็จได้

Advertisement

“การหันมาใช้พลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานน้ำ ล้วนแล้วแต่มีข้อดีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง ณ ที่นั้นๆ โดยภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย มีศักยภาพสูงในการใช้พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร มีแสงแดดตลอดทั้งปี ทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของแสงแดดถึง 20% นั้นจะเป็นโซนภาคกลางตอนล่าง หรือภาคใต้ ยิ่งบริเวณไหนที่มีความเข้มข้นของแสงแดด ก็จะยิ่งทำให้แผงโซลาร์เซลล์นั้นสามารถที่จะผลิตไฟฟ้าได้มากยิ่งขึ้น กรณีของการติดตั้งแผงโซลาร์ของบริษัทฯ ถือว่าติดตั้งบนพื้นที่ที่ดีและสามารถต่อยอดไปได้อีกมาก ในอนาคต ถ้าสามารถเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนได้ถึง 100% จะช่วยทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีค่าเป็นศูนย์โดยสุทธิ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ทั้งโลกให้ความสำคัญ และถือเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมของภาคเอกชนไทยที่เห็นถึงความสำคัญในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน”