หน้าแรก เศรษฐกิจ หอการค้าชี้ปั...

หอการค้าชี้ปัจจัย ตปท.บีบไทยขึ้นดอกเบี้ย ค้าน กนง.ขยับ หวั่นเอสเอ็มอีเจ๊ง หนี้ถม

10.07.22 | 05:05 น.

หอการค้าชี้ปัจจัย ตปท.บีบไทยขึ้นดอกเบี้ย ค้าน กนง.ขยับ หวั่นเอสเอ็มอีเจ๊ง หนี้ถม

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยและยังมีแนวโน้มปรับขึ้นรุนแรงอีกนั้น เป็นผลให้ประเทศไทยต้องมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม เพราะมีผลกับเรื่องเงินไหลออก และนโยบายการเงินระหว่างประเทศ อีกทั้งการที่เงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกิดจากต้นทุนการผลิต อาทิ ค่าปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นจากการนำเข้า แต่เรื่องนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าไทยมีความมั่นคงด้านอาหาร เพราะยังสามารถปลูกพืชได้ตามปกติ

“สิ่งกดดันที่ทำให้ไทยต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย เรื่องหลักๆ คือนโยบายการเงินระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. พิจารณา​ปรับดอกเบี้ยขึ้น จะเข้าข่ายวิ่งเข้าหาภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพราะเมื่อขึ้นดอกเบี้ย ผลกระทบจะไปตกที่ดอกเบี้ยเงินกู้ต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่มีการกู้เงินเพื่อนำมาประคองธุรกิจในช่วงที่เกิดโควิด-19 อาจจะทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จนไปกระทบกับการทำธุรกิจใหม่ๆ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย” นายวิศิษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่มีผลทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นนั้น เกิดจากราคาพลังงานสูง อาทิ น้ำมันยังทรงตัวสูง ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องการแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่ๆ เพื่อช่วยลดปัญหาในส่วนนี้ลง เพราะค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เป็นต้นทุนของทุกอย่าง และกระทบกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งในปี 2565 ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ยังประเมิน​อัตราเงินเฟ้อใกล้เคียงกับภาครัฐ และเอกชนอื่นๆ อยู่ที่ 5-7%