ศึกชิงผู้นำสมรภูมิสื่อสาร วัดใจ กสทช. เขย่าดีล‘ทรู-ดีแทค’ หลัง‘เอไอเอส’พลิกเกมยึดเน็ตบ้าน

11.07.22 | 09:13 น.
ศึกชิงผู้นำสมรภูมิสื่อสาร วัดใจ กสทช. เขย่าดีล‘ทรู-ดีแทค’ หลัง‘เอไอเอส’พลิกเกม

ศึกชิงผู้นำสมรภูมิสื่อสาร วัดใจ กสทช. เขย่าดีล‘ทรู-ดีแทค’ หลัง‘เอไอเอส’พลิกเกมยึดเน็ตบ้าน

วงการโทรคมนาคมสั่นสะเทือน หลังต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “เอไอเอส” หรือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อ “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ถึงมติบอร์ดบริษัท อนุมัติให้ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) บริษัทลูกซื้อหุ้น บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ภายใต้แบรนด์ “3BB” สัดส่วน 99.87% มูลค่า 19,500 ล้านบาท พร้อมซื้อหน่วยลงทุนใน JASIF จาก บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ในสัดส่วน 19% มูลค่า 12,920 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 32,420 ล้านบาท

มองจากดาวอังคารยังรู้ว่า เป็นการพลิกเกมสู้ดีลควบรวมธุรกิจแสนล้านของเอไอเอส ที่มีต่อ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่หลายฝ่ายจับตาว่า วันที่ 10 กรกฎาคมนี้ จะครบกำหนด 60 วัน ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้สำนักงาน กสทช. ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และจัดทำโฟกัสกรุ๊ป เพื่อพิจารณาผลกระทบจากการควบรวมกิจการแบบรอบด้าน หากดีลนี้ผ่านฉลุย จะทำให้บริษัทใหม่ที่ตั้งชื่อไว้คร่าวๆ ว่า บริษัท Newco กลายเป็นเบอร์ 1 ในตลาดมือถือ ด้วยจำนวนลูกค้า 52.5 ล้านเลขหมาย กินส่วนแบ่งตลาดไป 54.1% ขณะที่ “เอไอเอส” มีจำนวนลูกค้า 44.6 ล้านเลขหมาย ส่วนแบ่งตลาดที่ 45.9% ดังนั้น เกมจึงท้าทายผู้นำตลาดในขณะนี้อย่างมาก

  • วัดใจ ‘กสทช.’ ฟันดีลเหมือน…แต่ไม่เหมือน

ด้าน “หมอลี่” นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า สำนักงาน กสทช. ต้องเชิญเอไอเอสเข้ามาชี้แจง และดำเนินการพิจารณาเฉกเช่นเดียวกับกรณีควบรวมทรู และดีแทค เพื่อสร้างมาตรฐาน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม แม้ดีลนี้จะต่างกันและไม่ซับซ้อน ตรงที่เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ แต่อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ กสทช.ทั้งคู่ จึงมีอำนาจในการพิจารณา เพราะเป็นการซื้อขายกิจการอย่างชัดเจน ไม่มีความซับซ้อนแบบรวมทรู และดีแทค ที่เป็นการควบรวมบริษัทแม่

“สำนักงาน กสทช.ต้องแต่งตั้งคณะทำงานและจัดทำบทวิเคราะห์ ซึ่งการหาข้อมูลจะทำโฟกัสกรุ๊ปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับกรอบระยะเวลาที่ กสทช.กำหนดการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ ตลาดอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ไม่ใช่บริการที่ประชาชนทั่วไปใช้งาน ต่างกับโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นปัจจัยที่ 5 และแม้ผู้ให้บริการจะรวมกัน ก็ยังมีผู้เล่นในตลาดอีกหลายราย แต่ถึงกระนั้น ถือว่าเข้าข่ายมีอำนาจเหนือตลาด แต่ไม่ได้รุนแรงเท่ากับบริการโทรศัพท์มือถือ” นพ.ประวิทย์กล่าว

Advertisement
  • อ่านเกม ‘เอไอเอส’ เทกโอเวอร์ ‘3BB’

ฟาก นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดีลนี้ตลาดรับรู้และได้ยินมาสักระยะแล้ว แต่ธุรกรรมเพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เหตุผลเป็นเพราะ 1.กรณีที่เอไอเอสเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ 2.การเดินหมากของคู่แข่งทรูและดีแทค ที่ประกาศควบรวมกิจการ ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นตามมา

ส่วนเหตุผลที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ JAS ตกลงขาย มองว่าคงเหมือนกับที่ดีแทค ยอมขายกิจการให้กับทรู เพราะสภาพธุรกิจหรือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เกิดการหลอมรวมกันหมด การที่ธุรกิจมีของขายอย่างเดียวจะอยู่ไม่ได้ ดังนั้น ผู้เล่นที่มีของขายมากที่สุดหรือมากกว่า และเป็นของที่มีคุณภาพดีกว่าจะได้ใจของผู้บริโภคไป

“ในมุมของผู้บริโภคนั้น ผลจากดีลนี้อาจจะทำให้ได้รับโปรโมชั่นน้อยลง แต่จะได้คุณภาพบริการที่ดีขึ้น ไม่ได้จ่ายแพงขึ้น เพราะ 3BB ไม่มีบริการโทรศัพท์มือถือ แต่ต่อไปจะมีบริการโทรศัพท์มือถือของเอไอเอสเข้ามาช่วย รวมถึงในแง่ของคอนเทนต์ก็จะมี Disney+ เพิ่มเข้ามา” นายพิสุทธิ์กล่าว

ขณะที่เชิงจิตวิทยาทาง “เอไอเอส” คงจะพูดได้ไม่เต็มปากแล้วว่า ไม่เห็นด้วยกับการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค จากดีลของตัวเองที่กำลังจะเกิดขึ้น ขณะที่กสทช.คงคิดหนักว่า หากไม่อนุมัติดีลควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค จะอนุมัติดีลเอไอเอส และ 3BB ซึ่งจะทำให้เอไอเอสที่แข็งแรงอยู่แล้ว แข็งแรงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะจะทำให้ทรูและดีแทค ที่อ่อนแออยู่แล้ว อ่อนแอลงไปอีก จึงอาจจะเกิดความลักลั่นกันได้

  • ดันมาร์เก็ตแชร์ หายใจรดต้นคอ ‘ทรู’

นายพิสุทธิ์กล่าวว่า หากประเมินมูลค่าของธุรกรรมครั้งนี้ 32,420 ล้านบาท ถือว่าราคาซื้อไม่ถูกและก็ไม่แพง คิดเป็นราคาหุ้น JAS ที่ 3.77 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาเป้าหมายหุ้น JAS ที่กสิกรไทยให้ไว้ที่ 3.39 บาทต่อหุ้น ถือว่าซื้อสูงกว่าราคาที่ประเมินไว้แค่ 11%

“เมื่อฐานลูกค้าเอไอเอสใหญ่ขึ้น การแข่งขันจะสูสีกันมากขึ้น เชื่อว่าการแข่งจะมีเหตุและมีผลมากขึ้น จะหนุนรายได้โตขึ้น นอกจากนี้ การขอลดค่าเช่าโครงข่ายจาก JASIF ลงปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท จะทำให้ 3BB ที่เอไอเอสซื้อมา เปลี่ยนจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้ทันที” นายพิสุทธิ์กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ ไตรมาส 1/2565 ที่ผู้ประกอบการแจ้งมายังสำนักงาน กสทช.พบว่า ตลาดอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 52,800 ล้านบาท โดยมีผู้ให้บริการอยู่ 4 ราย ประกอบด้วย ทรูออนไลน์ มีลูกค้า 4.73 ล้านราย ส่วนแบ่งตลาด 43.1% ขณะที่ 3BB มีลูกค้า 2.42 ล้านราย คิดเป็น 22.1% ส่วน “เอ็นที” หรือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) มีลูกค้า 1.95 ล้านราย คิดเป็น 17.8% และเอไอเอส ไฟเบอร์ มีลูกค้า 1.87 ล้านราย คิดเป็น17% ดังนั้น หากเอไอเอสรวมกับ 3BB จะขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของตลาด โดยมีลูกค้า 4.29 ล้านราย คิดเป็น 39.1%

  • ‘ทีดีอาร์ไอ’ ติงทุนยึดอำนาจผูกขาด

ฟาก ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเชิงตั้งคำถามว่า “คนไทยจะยอมทุนผูกขาดไปอีกนานแค่ไหน” จากกรณีที่เอไอเอสเข้าเทกโอเวอร์ “3BB” ท่ามกลางดีลทรูและดีแทคที่ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ โดยระบุว่า ตลาดโทรคมนาคมไทยกำลังเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการเพิ่มโครงสร้างที่ผูกขาดมากขึ้นจนถึงขั้นอันตราย เพราะหลังจากที่ทรูและดีแทคที่กำลังเดินหน้าควบรวมกัน ตอนนี้เอไอเอสก็กำลังจะซื้อ 3BB อีก

“คิดว่า 2 ดีลนี้มีความเกี่ยวข้องกัน โดยดีลหลังน่าจะเป็นปฏิกิริยาต่อดีลแรก แต่ดีกว่าตรงที่ยังยอมรับว่า การควบรวมต้องผ่านการอนุญาตจาก กสทช.ก่อน ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องกับดีลแรกยังยืนกระต่ายขาเดียวว่า แค่ขออนุญาตผู้ถือหุ้นก็พอ ไม่ต้องขออนุญาตควบรวม หากการควบรวมทั้งสองดีลเกิดขึ้นสำเร็จ ผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยของไทยก็จะเหลือทางเลือกน้อยลง และเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบโดยทุนใหญ่ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในธุรกิจโรงหนัง ค้าปลีกขนาดใหญ่ โรงพยาบาลและอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ใช่เฉพาะคนจนเท่านั้นที่เดือดร้อน แต่ยังกระทบมาถึงคนชั้นกลางจำนวนมากด้วย” ดร.สมเกียรติระบุ

จากนี้คงต้องจับตาว่า ปลายทางจะเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าหรือประชาชนให้เข้าถึงบริการมากขึ้น หรือจะถูกเอาเปรียบโดยทุนใหญ่ไม่สิ้นสุด!!