ขร.เล็งออกประกาศ พ.ร.บ.ขนส่งทางรางฉบับใหม่ คาดบังคับใช้ต้นปี’66
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมอินฟินิตี้ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาและจัดทำระบบประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานการขนส่งทางรางในแต่ละสายทางของประเทศ ว่าการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เพื่อเป็นหน่วยงานเรกกูเรเตอร์ ดูแลระบบราง ทั้งในเมือง รถไฟฟ้าภูมิภาค โครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นการกำกับโดยมีตัวชี้วัด ระดับหน่วยงานกำกับดูแลระบบขนส่งทางราง (RI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่เป็นตัวกำกับ โดยให้ความสำคัญกับการให้บริการ และมีผลกระทบต่อผู้โดยสารโดยตรง รวมทั้งเป็นตัวชี้วัดในการติดตามผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาระบบขนส่งทางราง ซึ่งมีทั้งหมด 19 ตัวชี้วัด อาทิ อัตราการเกิดอุบัติเหตุ อัตราการเสียชีวิตของผู้โดยสาร ประสิทธิภาพการให้บริการ และปริมาณการขนส่งสินค้า
นายพิเชฐกล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ฉบับใหม่เข้าสู่รัฐสภา โดยมีสภาผู้เแทนราษฎรโหวตรับหลักการ ปรากฏว่ามีผู้เห็นด้วย 251 คน และไม่เห็นด้วย 1 คน จากทั้งหมด 252 คน หมายความว่าประชาชนเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ที่จะต้องพัฒนาการให้บริการด้านระบบขนส่งทางรางให้ดีขึ้น เบื้องต้นในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะมีการแปรญัตติรอบแรก ซึ่งระบุว่าทางสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเสนอคำแปรญัตติภายใน 15 วัน
นายพิเชฐกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจะเริ่มนำคำสงวนคำแปรญัตติมาพิจารณาว่าควรแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวหรือไม่ หากมีการแก้ไขเล็กน้อยจะทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายเร็วขึ้น เพราะไม่มีสภาผู้แทนราษฎรท่านใดขอแก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปจะเสนอต่อรัฐสภาในวาระที่ 2-3 ได้เร็วขึ้น คาดว่ากระบวนการพิจารณาในรัฐสภาจะแล้วเสร็จพร้อมประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2566 หลังจากร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางรางฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเริ่มดำเนินการออกประกาศกฎกระทรวงทั้งหมด 54 ฉบับ ซึ่งมีระยะเวลาในการออกประกาศ 90 วัน
“หลังจาก พ.ร.บ.ขนส่งทางรางฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว กรมจะกำหนดข้อบังคับให้เจ้าของหน่วยงานของแต่ละโครงการส่งข้อมูลตัวชี้วัดการให้บริการที่ส่งผลกระทบกับประชาชน หลังจากนั้นประชาชนจะสามารถทราบข้อมูลดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของกรม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการให้บริการ นอกจากนี้ หากเจ้าของหน่วยงานของแต่ละโครงการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของกรมจะมีบทลงโทษเชิงปกครอง หรือปรับเงิน และบทลงโทษทางอาญาต่อไป” อธิบดีกรมการขนส่งทางรางกล่าว

