ผวาค่าไฟพุ่ง 5 บ.ซ้ำเติมธุรกิจ สินค้าขึ้นพรวดอีกระลอก
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวน และปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 ซึ่งมีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 90-100 สตางค์ต่อหน่วย อาจทำให้ค่าไฟฟ้าต้องปรับเพิ่มสูงถึงเกือบ 5 บาทต่อหน่วยในช่วงดังกล่าว
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภานายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวถึงผลกระทบในเรื่องนี้ว่า ต้องยอมรับว่าขณะนี้อยู่ภายใต้สภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่เคยมีมาก่อน ซ้อนจากโควิด-19 เชื้อกลายพันธุ์ ตามมาด้วยพลังงานแพงและขาดแคลนในบางประเทศ เพราะสงครามรัสเซียและยูเครน รวมถึงเงินบาทอ่อนค่าลงแบบรุนแรง ซึ่งค่าไฟฟ้าก็ถูกกระทบจากปัญหาเหล่านี้ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
นายธนิตกล่าวว่า ราคาน้ำมันแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนของอุตสาหกรรม ซึ่งมักมีการทำข้อตกลงกับผู้ผลิตไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจนว่าจะปรับขึ้นที่เท่าใด ช่วงใดบ้าง และ 2.คนทั่วไป ที่ต้องใช้ไฟฟ้าตามราคาที่กำหนดจากรัฐบาล ซึ่งราคาจะแปรผันตามต้นทุนผลิตไฟฟ้า อาทิ น้ำมันแพงขึ้น การผลิตไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้น การนำเข้าวัตถุดิบเข้ามาด้วยราคาที่แพงมากขึ้นเพราะค่าเงินบาทอ่อนค่า จึงต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ทำให้จากนี้ไปจะเห็นราคาสินค้าปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบที่ไม่สามารถตรึงราคาไว้ได้ เพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นในทุกส่วน และอาจเกิดการลดกำลังการผลิต หรือผลิตเพื่อส่งออกแทน ซึ่งผลกระทบจะทำให้สินค้าในประเทศขาดแคลน ต้องระมัดระวังปัญหานี้ให้ดี
“หากเราแทรกแซงกลไกตลาดจะทำให้สินค้าบางรายการหายไป ลงไปอยู่ใต้ดินแทน คนที่มีเงิน มีศักยภาพในการจ่ายได้สูงก็จะหาซื้อสินค้าได้ แต่คนที่ไม่มีเงินจ่ายก็ไม่มีสินค้าใช้ ทำให้ผู้ที่ถูกกระทบหลักๆ เป็นชาวบ้านแน่นอน” นายธนิตกล่าว

