สมาพันธ์เอสเอ็มอี วอนรัฐตรึงค่าไฟช่วยรายย่อย จี้ทำแผนพลังงานทดแทนเพื่ออนาคต
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า หากมีการปรับค่าไฟฟ้าเป็น 5 บาทต่อหน่วย จะเป็นการซ้ำเติมและเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการหนักมากขึ้น เพราะตอนนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เจอปัญหาทั้งรายได้รับจากการค้าขายไม่เท่าเดิม สวนทางต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ยังถูกกดดันจากราคาพลังงานแพง วัตถุดิบและค่าขนส่งสูงขึ้น ต้นทุนหนักๆของการประกอบการขยับหมดแล้ว เมื่อต้นทุนอะไรขึ้นย่อมส่งผลทันทีต่อกำลังซื้อ และรายได้โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร ร้านค้าย่อย ภาคผลิตขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องช่วยตนเอง ภาครัฐเองก็คงช่วยมากๆเหมือนที่ผ่านมาคงไม่ง่ายนัก
นายแสงชัยกล่าวว่า สิ่งที่สมาพันธ์ฯอยากเสนอให้รัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องการผลิตพลังงานป้อนประเทศ ใช้โอกาสปรับโครงสร้างพลังงานใหม่ โดยระยะแรกนี้ 1.หาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก หรือแหล่งซื้อวัตถุดิบเสริมที่มีราคาถูกลง มาใช้เป็นวัตถุดิบการผลิต เพื่อจะได้ไม่ต้องปรับค่าเอฟทีและค่าใช้ไฟที่สูงขึ้นในปีนี้ แม้จะปรับ 1 บาทต่อหน่วยจากเดิม แต่ก็เป็นภาระที่สูงมาก เพราะไม่รู้ว่าจะมีการปรับเพิ่มอะไรอีกในอนาคตจากนี้ เช่น ค่าแรง อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันหรือก๊าซก็ยังผันผวนไม่แน่นอน 2.อยากให้มีการตรวจสอบได้ถึงเหตุผลของการปรับขึ้นราคาหรือข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจและประชาชนได้รับทราบความเคลื่อนไหว 3.เร่งวางยุทธศาสตร์การใช้พลังงานทางเลือกทดแทนน้ำมันหรือก๊าซ เช่น การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังานหมุนเวียน เป็นต้น เพราะตอนนี้ผลิตไฟไทยพึ่งพาเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี (LNG) นำเข้า ในสัดส่วนที่สูงกว่า 60% รวมถึงหนุนชุมชนผลิตพลังงานจากธรรมชาติ เพื่อใช้กันในชุมชน
“เชื่อว่าปัญหาต้นทุนพลังงานและราคาพลังงานจะยังสูงไปอีกนาน เพราะยังมีเหตุการณ์ราคาน้ำมัน ก๊าซ ที่มีราคาสูงได้ต่ออีก หากให้รัฐเร่งทำแผนและปรับสัดส่วนลดการพึ่งพาแอลเอ็นจีหรือเชื้อเพลิง ภายใน 3-5 ปีจากนี้ ควรเกิดเป็นรูปธรรม ไม่อย่างนั้นต่อไปปัจจัยนอกประเทศเกิดอะไร เราก็เกิดปัญหาตามไปด้วย สมาพันธ์ได้มีการนำเสนอให้กับทุกหน่วยงานและภาครัฐที่เข้าไปทำเสนอเรื่องต่างๆมาตลอด ก็อยากให้มีการทำกันอย่างจริงจังเสียที” นายแสงชัย กล่าว

