หน้าแรก เศรษฐกิจ กระทรวงอุตสาห...

กระทรวงอุตสาหกรรมหนุนสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ปั้น 30 ดีพร้อมแฟรนไชส์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

12.07.22 | 14:34 น.

งาน Smart SME Expo 2022 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ปิดฉากไปแล้วอย่างสวยงามเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยภายในงาน ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรมกิจกรรม “ยกระดับนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ปั้น 30 แฟรนไชส์” ปลูกปั้น DIPROM Franchise ครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศจำนวน 58 ธุรกิจ และเกิดแฟรนไชส์เกษตรอุตสาหกรรมทั้งสิ้นกว่า 50 ธุรกิจ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ดร. ณัฐพล กล่าวว่า ผู้เข้ารับวุฒิบัตรดีพร้อม (DIPROM) จะเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ โดยการเปลี่ยนผ่านธุรกิจเกษตร จากสินค้าเกษตร การแปรรูป และการบริการ ไปสู่แฟรนไชส์เกษตรที่ได้มาตรฐานและเป็นระบบ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการบ่มเพาะสู่การทำแผนธุรกิจ จนสามารถจัดทำคู่มือแฟรนไชส์เกษตร อันจะนำไปสู่การสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจและสร้างรายได้อย่างมั่นคงต่อไป

หลักสูตรนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยเนื้อหาที่สอนจะเริ่มตั้งแต่การปรับพื้นฐานการทำธุรกิจแฟรนไซส์อย่างถูกต้อง สอนการเขียนแผนธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ การทำการตลาดออนไลน์และแบบออฟไลน์ การสร้างภาพจำออกแบบร้านค้า กลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขาย การบริหารร้าน การคำนวณต้นทุน การทำการตลาด การขยายสาขา การสร้างโมเดลธุรกิจที่สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ และหัวใจของหลักสูตร คือ “การเขียน Manual แฟรนไชส์” ที่เปรียบเสมือนคัมภีร์ธุรกิจนำทิศแฟรนไชส์ให้ก้าวขยายและเติบโตได้อย่างเป็นระบบ

ดร.วิชัย เจริญธรรมานนท์ วิทยากรผู้สอนหลักสูตร “ยกระดับนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ปั้น 30 แฟรนไชส์” กล่าวถึงหลักสูตรว่า เห็นความสำคัญของภาคเกษตรของไทยจึงได้ออกแบบหลักสูตรนี้ขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 โดยการผนวกภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไว้ด้วยกัน หัวใจของหลักสูตรประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ มีเกษตรเป็นพื้นฐาน สองคือแปรรูปเกษตร และพัฒนาไปสู่การทำโปรดักท์แฟรนไชส์ สิ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ คือนวัตกรรมสินค้า การพัฒนาแปรรูปสินค้าให้โดดเด่นและแตกต่าง “คอร์สนี้ได้คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้ามาเรียน ถึงแม้แมนนวลหรือคัมภีร์ธุรกิจจะเขียนยาก แต่นักเรียนมีความตั้งใจและสามารถเขียนได้ ผมขอชื่นชม ในยุคนี้สินค้าแปลกใหม่เป็นสิ่งที่ทำให้เรารุกตลาดและได้กลุ่มลูกค้าใหม่ไม่สิ้นสุด ที่สำคัญคืออย่าหยุดคิดและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต”

Advertisement

พัสกร ถิรคุณทยุติกร เจ้าของแฟรนไชส์กล้วยปิ้งลิงเกาะ หนึ่งในผู้สำเร็จหลักสูตรและร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กล่าวว่า ทำแฟรนไชส์กล้วยปิ้งลิงเกาะมา 5 ปี มีแฟรนไชส์รวมกว่า 200 สาขา แต่ยังพบปัญหาเรื่องการผลิต การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ขาดการจัดการแฟรนไชส์ให้ได้มาตรฐาน หลักสูตรนี้ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาด “ผมต้องการให้แฟรนไชส์กล้วยปิ้งลิงเกาะได้มาตรฐานจริง และสามารถอยู่ได้ยาวนาน จึงต้องการสร้างแบรนด์มากกว่าการได้กำไร สิ่งที่ได้จากหลักสูตรมาปรับใช้กับธุรกิจคือการดึงข้อดีให้แบรนด์และสร้างคอนเซ็ปท์ให้ชัดเจน แมนนวลได้ประโยชน์มากจริง ๆ ถ้าทำแมนนวลแล้ววางไว้บนหิ้งไม่นำมาใช้จริงก็ไม่เกิดประโยชน์ อยากให้ผู้ประกอบการเปิดใจและพร้อมพัฒนาตนเอง คุณจะเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ดีได้”

สุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงศ์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปส้มโอที่จังหวัดชัยนาท Young Smart Farmer อีกหนึ่งผู้เรียนหลักสูตรที่มีดีกรีจบนอกแต่เห็นคุณค่าของส้มโอ เกษตรท้องถิ่น และอาชีพหลักของครอบครัว กล่าวว่า เห็นส้มโอที่เสียหายไม่ได้คุณภาพต้องเผาทิ้งจำนวนมาก จึงมีแนวคิด Zero Waste คือแปรรูปเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด โดยไม่ให้เกิดการสูญเสีย ซึ่งปัจจุบันสามารถแปรรูปเป็นสินค้าได้ 9 ชนิด ได้แก่ น้ำส้มโอ เปลือกส้มโอ สเปรย์ส้มโอ โยเกิร์ตส้มโอ แยมส้มโอ ถ่านกันความชื้น ไวน์ส้มโอ ทรายแมวส้มโอ และอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จะเปิดตัวเร็วๆนี้ สิ่งที่ได้จากหลักสูตรนำไปใช้ต่อยอดคือ เรื่องจัดการทีมงานเพื่อรองรับการขยายตัว รวมทั้งเรื่องการเงิน และที่สำคัญคือการบริการ เพราะเมื่อพัฒนาเป็นแฟรนไชส์ก็ต้องดูแลลูกค้าแฟรนไชส์ให้สำเร็จไปพร้อมกับเราด้วย “อยากบอกคนรุ่นใหม่ให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง สุดท้ายเมื่อคุณทำแล้วประสบความสำเร็จ จะเกิดความภาคภูมิใจ”