‘ไวส์ โลจิสติกส์’ คาดธุรกิจครึ่งปีหลัง 65 โตสวย ปั้นรายได้ 9 พันลบ. เชื่อทำนิวไฮ 3 ปีซ้อน
นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2565 มีแนวโน้มดีจากการเข้าสู่ช่วงธุรกิจไฮซีซั่น คาดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีปัจจัยหนุนด้านมาตรการคลายล็อคดาวน์ของประเทศจีน รวมถึงสหรัฐอเมริกามีการพิจารณาลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน และสถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้มีความต้องการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น อาทิ กลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์, กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยบริษัทมุ่งเน้นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจ (Key Drivers) ได้แก่ การเพิ่มปริมาณขนส่งสินค้าทางทะเล, การขนส่งสินค้าข้ามแดน และ ความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจ
“แม้ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทได้พบกับปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ ราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อ แต่บริษัทก็สามารถรักษาการเติบโตให้อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 สำหรับทิศทางครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรครอบคลุมทุกการให้บริการ ขณะเดียวกันบริษัทประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการต้นทุนการขนส่ง และรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับดี โดยคาดว่าจะสร้างการเติบโตของรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 9,000 ล้านบาทได้” นายชูเดช กล่าว
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ปัจจุบัน ได้แก่ การขนส่งทางทะเล (Sea Freight) 50%, การขนส่งทางอากาศ (Air Freight) 21%, การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (Cross Border Service) 22% และ งานซัพพลายเชนโซลูชั่นส์ 7%
นายชูเดช กล่าวว่า สำหรับบริการขนส่งทางทะเล มีปริมาณความต้องการขนส่งเพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก 2565 สามารถขนส่งสินค้าได้จำนวน 5,091 TEUS หรือคิดเป็น 51% ในปี 2565 บริษัทตั้งเป้าปริมาณการขนส่งทางทะเลโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งสิ้นจำนวน 10,000 TEUS ด้านการขนส่งทางอากาศ มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ของประเทศจีน โดยบริษัทมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าหากประเทศจีนมีการเปิดประเทศในช่วงไตรมาส 4/2565 จะส่งผลให้มีจำนวนเที่ยวบินการขนส่งเพิ่มขึ้น
นายชูเดช กล่าวว่า ส่วนธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL มีปริมาณความต้องการขนส่งเพิ่มขึ้นจากการให้บริการขนส่งทางรถไฟ (Road-Rail Service) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาการติดค้างของสินค้าหน้าด่านศุลกากร โดยบริษัทคาดว่าหากสถานการณ์ผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ของประเทศจีนดีขึ้นและสามารถเปิดด่านขนส่งสินค้าได้ จะส่งผลให้บริษัทมีปริมาณการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะส่งผลกับต้นทุนการให้บริการ อาทิ ค่าระวางเรือที่ปรับตัวลดลง สถานการณ์เปิดด่านขนส่งสินค้าของประเทศจีน และ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมทั้งเตรียมแผนการให้บริการและแผนการบริหารต้นทุนล่วงหน้าเพื่อรักษาอัตราการทำกำไรให้อยู่ในเกณฑ์ดีสม่ำเสมอ

