หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์ชาติ เผย...

แบงก์ชาติ เผย ศก.อีสานไตรมาส 3 ทรงตัว คาดไตรมาส 4 พอพยุงต่อจากมาตรการพิเศษภาครัฐ

2.11.16 | 18:03 น.

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้อง ประชุมใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศไทย  หรือ ธปท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้อำนวยการ ธปท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นประธานในการแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงิน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสที่ 3 และ 4 ประจำปี 2559 โดยมีสื่อมวลชน รวมไปถึงผู้แทนสถาบันการเงินพาณิชย์ นักเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับด้านกาค้า การลงทุน ในเขต จ.ขอนแก่น เข้าร่วมรับฟังกันเป็นจำนวนมาก

นายสมชาย กล่าวว่า เศรษฐกิจของภาคอีสานไตรมาสที่ 3 ยังคงทรงตัวมาอย่างต่อเนื่องต่อจากไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ตามการบริโภคของภาคเอกชนที่ยังคงทรงตัว ด้านหมวดการใช้จ่ายในประเภทสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันปรับลดลงเช่นกัน อีกทั้งรายได้ภาคการเกษตรหดตัวลงเล็กน้อยอีกด้วย ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรงตัวในระดับที่ต่ำ การลงทุนของกลุ่มธุรกิจภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง และมีรายงานตัวเลขสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอตัวลงตามราคาอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป ส่วนอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ

“ภาวะเศรษฐกิจและการเงินของภาคอีสาน  ไตรมาสที่ 3 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะกับการลบทุนของภาคเอกชนที่ที่ชะลอตัวลง ขณะที่เงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติจาก บีโอไอ ปรับลดลงเล็กน้อย หลังจากที่ขยายตัวสูงในไตรมาสก่อน โดยมีเพียงกลุ่มเกษตรและผลผลิตเท่านั้นที่ยังคงขยายตัว เช่นเดียวกันกับการใช้จ่ายภาครัฐ ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ หมู่บ้านละ200,000 บาท ซึ่งสิ้นสุดโครงการในไตรมาสนี้โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณรวม 382.5 ล้านบาท ขณะที่มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลตำบลละ 5 ล้านบาท ที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณไป950 ล้านบาท  อีกทั้งการเบิกจ่ายในงบลงทุนหมวดครุภัณฑ์ยังคงลดลง ขณะที่หมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างชะลอลงเล็กน้อย” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มเศรษฐกิจอีสานไตรมาสที่ 4 ยังคงต้องดูปัจจัยเสี่ยงต่างๆในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นด้านราคาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำ โดยที่ความต้องการซื้อในตลาดโลกลดลง ขณะที่หนี้ครัวเรือนใน 20 จังหวัดของภาคอีสานยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยถ่วงต่อการบริโภคของภาคเอกชนอย่างมาก   อย่างไรก็ดียังคงมีปัจจัยสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นมาตรการพิเศษของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการหมู่บ้านละ 250,000 บาท รวมทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะเป็นแรงส่งให้กับการลงทุนของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นในระยะนี้