สำรวจตลาดสด ราคาสินค้า ‘ทรงตัวสูง’ น้ำตาล น้ำมันถั่วเหลือง ไก่ สวนกระแสขึ้นต่อ
วันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดสดแห่งหนึ่งย่านกรุงเทพฯ พบว่าราคาสินค้ายังคงราคาสูงอย่างต่อเนื่อง มีปรับราคาลงเฉพาะน้ำมันพืชปาล์มขวดขนาด 1 ลิตร ล่าสุดราคาลดลง 4-5 บาท/ขวดตามกลไกราคาตลาด อย่างไรก็ตามแม้ราคาจะลดลง ทางพ่อค้าแม่ค้าต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่ายอดขายยังไม่ดีขึ้นเหมือนเดิม
น้ำมันปาล์มลง 5บ.ถั่วเหลืองยังขาย 70 บ.

นางสมศรีเจ้าของร้านของชำ กล่าวว่า หลังราคาน้ำมันปาล์มขวดปรับราคาลง ทำให้ร้านต้องปรับราคาขายปลีกตามจากเดิม 68-70 บาท เป็น 63-65 บาท/ขวด แต่มีบางยี่ห้อที่ไม่ใช่ยี่ห้อยอดนิยมขนาด 900 มล. ขายอยู่ที่ 58 บาท/ขวด ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองยังคงเดิม 70 บาท/ขวด ขณะที่สินค้าอื่นๆ ยังทรงตัวหลังขึ้นราคามาเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
“ช่วงนี้ราคาน้ำมันปาล์มลงต่อเนื่อง ทำให้ไม่กล้าสั่งของมาขายมาก สั่งมาขายเป็นวันต่อวัน เพราะก่อนหน้านี้ช่วงที่ราคาแพง เราสั่งมา พอราคาลง เราก็ขายไม่ได้ ขาดทุนไปพอสมควร ทั้งนี้แม้ราคาน้ำมันปาล์มจะลง 4-5 บาทต่อขวด แต่เราก็ยังขายไม่ดีเหมือนเดิม เพราะกำลังซื้อเงียบมาก ยิ่งวันหยุดยาว 5 วันยอดขายยิ่งลด”นางสมศรีกล่าว
สอดคล้องกับนายบุญชู เจ้าของร้านขายของชำ กล่าวว่า ทางร้านได้ปรับราคาน้ำมันปาล์มลงจากเดิมขาย 70บาท/ขวด เหลือ 65 บาท/ขวด ตามราคาตลาด และจากราคาน้ำมันปาล์มที่ลงหนัก ทำให้ต้องสั่งมาขายแบบวันต่อวัน ไม่อยากซื้อมาไว้มาก เพราะกลัวขาดทุน ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองยังขาย 70 บาท/ขวด สำหรับสินนค้าอื่นๆ ยังทรงตัวเพราะที่ผ่านมาทุกอย่างได้ปรับราคาขึ้นไปแล้ว ขณะที่ในช่วงนี้ตลาดเงียบมาก เพราะหยุดยาวคนออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ส่งผลต่อยอดขายลดลง 50%
น้ำตาลมิตรผล”แจ้งขึ้น 1 บาทส.ค.นี้
นางต๋องเจ้าของร้านขายของชำอีกราย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตลาดมิตรผลว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป จะขึ้นราคาอีก 1 บาท/ถุง(ขนาด 1 กก.) เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ส่วนสินค้าอื่นๆ ราคายังไม่มีปรับลงและปรับขึ้น แต่มีบางสินค้าที่ลดปริมาณลงเพื่อให้ขายได้ในราคาเท่าเดิม เช่น ได้รับแจ้งจากฝ่ายขายผงปรุงรสยี่ห้อหนึ่งจะลดขนาดลงและกำลังจะออกแพคเกจจิ้งใหม่ในเร็วๆ นี้ และมีพริกป่นบรรจุถุงยี่ห้อหนึ่งแจ้งจะปรับราคาขึ้นอีกหลังปรับมาแล้วรอบหนึ่ง
18 ก.ค.นี้เนื้อไก่ขึ้นอีกโลละ 3-4 บาท

น.ส.ปุ้ยแม่ค้าขายเนื้อไก่สด กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเนื้อไก่มีการทยอยปรับราคาขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2565 ล่าสุดได้รับแจ้งจากโรงงานใหญ่แห่งหนึ่งในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ จะปรับราคาเนื้อไก่ทุกชิ้นส่วนขึ้นอีก 3-4 บาท/กก. เนื่องจากต้นทุนสูง และมีการส่งออกไปจำนวนมาก ทำให้สินค้าในตลาดมีปริมาณน้อย
“ร้านสั่งซื้อไก่จากหลายโรงงาน ตอนนี้ได้ปรับราคามาแล้วเพราะราคาต้นทุนมาแพง เช่น ส่วนอกรับมา 97-98 บาท ขาย 110 บาท/กก. ในวันจันทร์นี้รอดูอีกที่ว่าจะซื้อจากโรงงานใหญ่รายนี้หรือไม่ ถ้าซื้อก็ต้องปรับราคาขึ้นเป็น 115-120 บาท/กก. เพราะเราไม่อยากขายแพงมาก คนไมมีกำลังซื้อยิ่งช่วงนี้ยอดขายหายไปเยอะมากกว่า 50% “ น.ส.ปุ้ยกล่าว
‘เนื้อหมู-ไข่ไก่’ ราคายังทรงตัว

ด้านแม่ค้าขายหมูกล่าวว่า ราคาหมูคงที่มาเป็นระยะเวลา 1 เดือนแล้ว โดยราคาสันนอกและสันคออยู่ที่ 195 บาท/กก. สามชั้น 215 บาท/กก. หมูบด 175 บาท/กก.คอหมู 230 บาท/กก. ขณะนี้ยอดขายไม่เหมือนเดิมหายไป 50% คนซื้อน้อยลงและหันไปซื้อไก่แทนเพราะถูกกว่า ยิ่งวันหยุดยาวคนยิ่งเงียบมาก
ส่วนแม่ค้าขายไข่ไก่ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาไข่ไก่ยังทรงตัวในระดับสูง หลังขึ้นมา 20 สตางค์/ฟอง คาดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอีกตามสภาวะตลาด ปัจจุบันราคาไข่ไก่เบอร์ศูนย์อยู่ที่ 135 บาท/แผง (30 ฟอง) เบอร์หนึ่ง 130 บาท/แผง เบอร์สอง 125 บาท/แผง เบอร์สี่ 115 บาท/แผง ส่วนไข่เป็ดอยู่ที่ 140 บาท/แผง ทั้งนี้แม้ราคาจะปรับขึ้น แต่คนยังนิยมซื้อกิน
หยุดยาวราคาผักพุ่ง ‘พริกขี้หนูสวน’ โลละ 280 บ.

นางวิจิตราแม่ค้าขายผัก กล่าวว่า ปัจจุบันราคาผักขึ้นลงตามค่าขนส่ง สภาพอากาศ แต่ช่วงวันหยุดยาว 5 วัน ราคาปรับตัวสูงขึ้นกว่าปกติเพราะเจ้าของสวนหยุดไปเที่ยวและไม่มีคนเก็บ เช่น พริกขี้หนูสวนเม็ดเล็กสั่งจาก จ.กาญจนบุรี ราคาขึ้น 30-40 บาท/กก.อยู่ที่ 280 บาท/กก. ปรับลดจากเมื่อวาน(15 ก.ค.)ที่ราคาอยู่ที่ 300 บาท/กก.ซึ่งถึงจะมีราคาแพงแต่ยังมีลูกค้าขาประจำที่มาซื้อเพื่อไปทำอาหาร
“จากภาวะเศรษฐกิจ คนไม่มีกำลังซื้อ แถมมาหยุดยาวอีก ทำให้ยอดขายที่ร้านหายไป 4-5 เท่า คิดว่าปีที่แล้วแย่แล้วปีนี้ยิ่งแย่กว่า ค้าขายลำบากมาก เพราะของขึ้นทุกอย่าง แม่ค้าก็ไม่มีกำไร คนซื้อก็ประหยัดมากขึ้น” นางวิจิตรากล่าว
‘ต้นหอม-ผักชี’ ปรับขึ้นต่อเนื่อง

นางเอมอรแม่ค้าขายผักอีกราย กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาวนี้ราคาผักปรับราคาสูงขึ้นหลายอย่าง เพราะไม่มีคนเก็บ ค่าขนส่งแพง เช่น พริกขี้หนูสวนราคาขึ้นมา 3 เท่า อยู่ที่ 180 บาท/กก. พริกจินดา 110 บาท/กก. หอมใหญ่และหอมแขกขึ้น 10 บาท เป็น 45 บาท/กก. ต้นหอมขึ้น 20-30 บาทเป็น 120 บาท/กก. ผักชีขึ้น 20-30 บาทเป็น 140-150 บาท ขึ้นฉ่ายขึ้น 20 บาท เป็น 80 บาท/กก.
ส่วนผักที่ถูกกับฤดูฝนจะราคาถูกในช่วงนี้ เช่น ใบกะเพรา และใบโหระพาอยู่ที่ 25 บาท/กก. ด้านยอดขายลดลงมากทั้งจากสภาพเศรษฐกิจและคนไม่ค่อยมีเงินมาซื้อของ ตอนนี้ที่ร้านยอดขายหายไปร่วม 50% ยิ่งช่วงวันหยุดยาวยิ่งขายไม่ได้เลย เพราะเงียบมาก

