นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ราคาทองคำในปีนี้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดขึ้นไปอยู่ที่ 1,275 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ บาทละ 21,150 บาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน ที่อยู่ระดับ 1,061 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ บาทละ 18,300 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 2,850 บาท
คาดว่า ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปี ตลาดทองคำจะโฟกัสไปที่การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดว่า จะมีการปรับขึ้นหรือไม่ หากมีการปรับขึ้นอาจจะทำให้ราคาทองคำชะลอตัวเล็กน้อย รวมทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นักลงทุนก็ต้องดูว่า ใครจะได้รับเลือก เพราะมีนโยบายที่แตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ภาวะการลงทุนทองคำแตกต่างกันไปด้วย
โดยทิศทางราคาทองคำปีหน้า คาดว่ายังคงเป็นช่วงขาขึ้น จากผลพวงอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลให้อังกฤษอาจจะต้องนำเสนอมาตรการต่าง ๆ เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเดือนมีนาคม และจะส่งผลให้สหรัฐอาจตัดสินใจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากจำเป็นต้องวางนโยบายให้สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ
โดยประเมินกรอบแนวรับที่ระดับ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ บาทละ 20,000 บาท แนวต้านที่ระดับ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ บาทละ 23,350 บาท (บนสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ)
เช่นเดียวกับนายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ภาพรวมราคาทองคำปีหน้า ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก ประเมินกรอบแนวรับ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ บาทละ 19,000 บาท แนวต้านที่ 1,450 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ บาทละ 24,500 บาท
สาเหตุที่ยังประเมินว่าราคาทองคำเป็นช่วงขาขึ้น เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐอาจปรับตัวขึ้นได้ไม่สูงนัก เพราะภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ถึงกับดี อีกทั้งประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ เช่น ยุโรป และจีนก็ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน จึงน่าจะทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก

