รายงานจาก Markets Research and Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ระบุว่า กรอบค่าเงินบาทวันที่ 18 กรกฎาคม จะอยู่ในช่วง 36.50-36.80 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยค่าเงินบาทปิดที่ระดับ 36.63 บาท/เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ค่าเงินบาทยังทยอยอ่อนค่าลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ประจำเดือน มิ.ย. ที่ออกมาสูงถึงระดับ +9.1% เทียบปีก่อน มากกว่าคาดการณ์ที่ +8.8% เทียบปีก่อน ซึ่งจากเรื่องดังกล่าวทำให้นักลงทุนมั่นใจว่า Fed จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. อย่างน้อยเห็นการเปลี่ยนแปลง 75 bps
รายงานระบุต่อว่า สำหรับกรอบค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (ช่วง 18-22 ก.ค. 2565 )คาดว่าจะยังคงผันผวน และมองว่าจะเคลื่อนไหวในช่วง 36.20-37.00 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยในสัปดาห์นี้ มีหลายปัจจัยที่น่าจับติดตาม ได้แก่การประชุมธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 21 ก.ค. ตัวเลขดัชนี PMI เบื้องต้นของสหรัฐ ที่จะประกาศในวันที่ 22 ก.ค.นี้ รวมถึงประเด็นการเมืองไทยยังเป็นสิ่งที่น่าติดตามเช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นการอธิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 11 คน ในวันที่ 19-22 ก.ค.
นอกจากนี้ในฝั่งของยุโรปนั้น นักลงทุนยังคงจับตาว่ารัสเซียจะกลับมาเปิดท่อส่งก๊าซ Nord Stream 1 อีกครั้งในวันที่ 21 ก.ค. ตามกำหนดการหรือไม่ หลังจากเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง 10 วัน ตามที่ทางรัสเซียได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ถ้ารัสเซียยังไม่กลับมาเปิดท่อก๊าซ Nord Stream 1 ตามกำหนด ก็จะยิ่งสร้างความกังวลต่อเรื่องวิกฤตพลังงานของยุโรป และอาจจะทำให้เงินยูโรอ่อนค่าลงต่อได้ถึงระดับ 0.90 ยูโร/ดอลลาร์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ parity (1.00 ยูโร/เหรียญสหรัฐ)

