‘ฐากร’ อดีต เลขา กสทช. ขยายความเพิ่ม กองทุน ศก.ดิจิทัลหมู่บ้าน

18.07.22 | 17:23 น.

‘ฐากร’ อดีต เลขา กสทช. ขยายความเพิ่ม กองทุน ศก.ดิจิทัลหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Takorn Tantasith ระบุว่า

ขยายความ “กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลหมู่บ้าน”

บทความเรื่อง “กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลหมู่บ้าน” ที่โพสต์ลงไปวานนี้ ผมขอขยายความเพิ่มเติมถึงแนวคิดดังกล่าวว่า

ไม่ใช่เป็นการเก็บภาษีจากประชาชน แต่เป็นการเก็บค่าใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมจากแพลตฟอร์มต่างชาติ

ดังนั้น ผู้ใช้บริการหรือคนไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะได้รับโอกาสเพิ่มขึ้น

Advertisement

ผมขอเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า เหตุใดจึงต้องเรียกเก็บเงินดังกล่าว

แพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็นรถต่างประเทศมาวิ่งบนถนนในประเทศไทย พร้อมกับนำสินค้าหลายๆ ชนิดมาขาย ขายดีมีรายได้มากจนส่งผลกระทบให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง ตกงานกันไปเป็นจำนวนมาก

ประเทศเราต้องจัดเก็บเงินกับรถคันนี้หรือไม่ ในเมื่อรถคันนี้ได้ใช้ทรัพยากรทุกๆ อย่างของประเทศเราในการค้าขาย ทั้งถนน ไฟฟ้า เป็นต้น และยังทิ้งของเสียส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

อาจมีผู้แย้งว่า รถคันนี้ได้สร้างงาน สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนไทยด้วยเช่นกัน เช่น Content Creator, YouTuber แต่รายได้เหล่านี้เจ้าของ Platform เป็นผู้กำหนดและมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ

ขณะที่สินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายและกระจายให้คนไทยช่วยขาย บริษัทไทยหรือคนไทยเมื่อขายของได้ก็ต้องจ่ายภาษีให้กับประเทศไทย

คำถามก็คือถ้าเราจะไม่จัดเก็บเงินจากรถต่างประเทศคันนี้ เราจะเอาเงินจากไหนมาบำรุงรักษา ปรับปรุง ซ่อมแซม ขยายถนนใหม่ ๆ

เงินที่เราจัดเก็บจากรถคันนี้จะนำเงินเข้า “กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล” ซึ่งกองทุนนี้จะถูกขับเคลื่อนโดยภาคประชาชน ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีหน้าที่เพียงกำหนดนโยบายและกระจายเงินลงสู่หมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการกองทุนระดับหมู่บ้านภาคประชาชนมาบริหาร

หมู่บ้านทั้งหมดจะเปรียบเสมือนเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่จำนวน 72,035 หน่วย ที่จะผลักดัน ขับเคลื่อน สร้างทักษะ สร้างอาชีพใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ

ทุกๆ ท่านลองคิดดูนะครับ ถ้าเรามีเครื่องจักรขนาดใหญ่จำนวนมากขนาดนี้ การขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในประเทศจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน กองทุนนี้จะเติมเงินให้หมู่บ้านทุกๆ ปี โดยสรุปประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์จากกองทุนนี้