‘ชัชชาติ’ชนหมัด ‘ปธ.สมาคมธนาคาร’ สร้างแอพพ์การเงินให้กลุ่มรายได้น้อย เข้าถึงแหล่งเงินทุน

18.07.22 | 18:19 น.

‘ชัชชาติ’ ชนหมัด ‘ปธ.สมาคมธนาคาร’ สร้างแอพพ์การเงินให้กลุ่มรายได้น้อย เข้าถึงแหล่งเงินทุน หวังแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวหลังร่วมหารือกับสมาคมธนาคารไทย ว่า ได้พูดคุยถึงการจัดตั้งซุปเปอร์แอพพ์ต่อยอดพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบไร้รอยต่อ เบื้องต้นเริ่มดำเนินการโดยการจัดตั้ง กรอ.กทม. เพื่อให้ภาคธุรกิจและ กทม.ร่วมพูดคุยกันทุกเดือนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต คาดว่าภายใน 1 เดือนจะเห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งความร่วมมือเบื้องต้น กทม.จะจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครเทคโนโลยีชุมชน จำนวน 10,000 คน เข้าไปให้ความรู้กับประชาชนเรื่องการเงิน

รวมถึงเข้าไปจัดเก็บข้อมูลประชาชนให้เป็นดาต้าเบส หรือระบบฐานข้อมูลชุมชน เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับระบบธนาคารในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ปัจจุบัน กทม.ดูแลอยู่ 2,000 ชุมชน มีประชากรถึง 6-7 แสนคน และพบว่าคนกลุ่มรายได้น้อยยังพึ่งพาหนี้นอกระบบได้รับความเดือดร้อนจากดอกเบี้ยแพงยังเป็นภาระหนักในการดำรงชีวิต จึงอยากพัฒนาระบบเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย และเป็นระบบมากขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า ได้หารือกับหน่วยงานตั้งแต่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานที่ 3 ซึ่งเป็นเสาหลักภาคธุรกิจของประเทศไทย ร่วมมือกับภาคธุรกิจอย่างเข้มแข็ง เพราะการพัฒนาเมืองต้องมีการร่วมมือกัน ดังนั้น เมืองคือแหล่งงาน ถ้าเมืองอยู่ได้ก็ทำงานต่อได้ทั้งเศรษฐกิจ ธุรกิจ ผลักดันให้เมืองมีคุณภาพมากขึ้น โดยหน้าที่หลัก กทม.จะอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินการกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และ กทม.จะดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตให้ควบคู่กันไป สุดท้ายแล้วในอนาคตต้องแข่งขันกันดึงคนเก่งๆ ดึงงานที่มีคุณภาพดีๆ ดึงนักลงทุนมาลงทุนใน กทม.มากขึ้น

โดยสิ่งที่เป็นรูปธรรมอย่างแรกคือการจัดตั้ง กรอ.กทม.ได้ภายในหนึ่งเดือน ระยะแผยงานเบื้องต้นคือให้ความรู้กับประชาชนเรื่องข้อมูลด้านการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนขอผู้มีรายได้น้อย โดยคนจำนวนมากนังต้องการแหล่งเงินกู้ หากสามารถเชื่อมข้อมูลให้ธนาคารสามารถรับรู้ถึงตัวตนของผู้กู้ที่มีข้อมูลอยู่ในระบบชัดเจนจะทำให้ผู้คนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และธนาคารเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ปัจจุบันประชากร กทม. กู้หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพง ถ้าสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกันได้จะทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีขึ้น

Advertisement

“หัวใจการพัฒนาคุณภาพชีวิตคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน แล้วพอประชาชนมีแหล่งเงินสามารถทำธุรกิจได้ขึ้น สามารถส่งลูกให้เรียนได้ดีขึ้น สุดท้ายหนึ่งช่วงชีวิตคนสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ เพราะลูกจะดีกับพ่อแม่ คือสามารถเรียนหนังสือพัฒนาคุณภาพชีวิตไป แหล่งเงินทุนจึงเป็นส่วนสำคัญ” นายชัชชาติกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับอาสาสมัครเทคโนโลยีชุมชน จำนวน 10,000 คน เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยี และทาง กทม.ได้ให้กลุ่มอาสาเข้ารับการอบรมถึงระบบการทำงานของแพลตฟอร์มต่างๆ ระยะถัดไปจะให้กลุ่มอาสาสมัครกระจายตัวไปสู่ชุมชนในพื้นที่เขตต่างๆ เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นแก่ประชาชน รวมถึงเข้าไปเก็บฐานข้อมูล คาดว่าภายใน 6 เดือนจะเห็นเป็นรูปธรรมและจะรายงานความก้าวหน้าให้ทราบต่อไป

ด้านนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สำหรับสมาคมมีความยินดีเมื่อทราบข้อประสงค์ของทาง กทม. ส่วนของแบงก์ก็ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา กทม. ที่เป็นพื้นที่สร้างงาน และสร้างเมืองน่าอยู่ให้ดึงดูดนักลงทุนเข้ามามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นกลจักรสำคัญขับเคลื่อนประเทศ ในส่วนภาคการเงินพร้อมประสานงานเพื่อตอบโจทย์ กทม. ในการผลักดันให้เป็นเมืองเศรษฐกิจมากขึ้น โดยการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกันเป็นระบบนิเวศการเงินที่มาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ หากได้รับการยืนยันตัวตนผ่านระบบฐานข้อมูล ซึ่งการพิจารณาให้กู้ก็จะมีแผนการจัดทำต่อไปเป็นขั้นตอน