“พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ”ชี้อสังหาฯเริ่มเชิดหัว คอนโดฯฟื้น บ้านแพงยังขายดี“จีน”ยังเป็นลูกค้าหลัก
นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ถึงแม้บริษัทจะเปิดดำเนินการมาเพียงกว่า 4 เดือน นับจากก่อตั้งเมื่อเดือน มีนาคม 65 ที่ผ่านมา แต่ก็ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ ในการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์, การให้คำปรึกษาในการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงการเป็นตัวแทนในการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ปัจจุบันแบ่งลูกค้าได้ 3 กลุ่มคือ 1.บริษัทอสังหาฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2. บริษัทอสังหาฯ ขนาดกลาง และ 3.กลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการที่ปรึกษาที่มีความเข้าใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเข้าใจในข้อจำกัดของพวกเขา ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ ดำเนินการให้ลูกค้าเสร็จแล้ว 2 ราย, อยู่ระหว่างดำเนินการในรายละเอียด 1 ราย และจะทำการลงนามในสัญญาในเร็วๆ นี้เพิ่มอีก 2 ราย
“พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ เป็นบริษัทที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในวงการก็จริง แต่ด้วยประสบการณ์การทำงานของผมด้านวิจัยตลาดอสังหาฯ มากว่า 20 ปี และยังมีทีมงานที่มีประสบการณ์ หลากหลายความเชี่ยวชาญจึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า” นายสุรเชษฐ กล่าว และว่า ดังนั้น บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด จึงเป็นบริษัทที่ให้บริการทั้งการทำรายงานวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ การให้คำปรึกษาในการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงการเป็นตัวแทนในการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ทั้งนี้เจ้าของที่ดิน หรือผู้ประกอบการรายใดมีความประสงค์ที่คิดหาวิธีสร้างรายได้จากที่ดินที่มีอยู่ในมือ แต่ติดขัดที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือขาดที่ปรึกษาในการขายสามารถติดต่อมาได้ที่ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด เบอร์โทร +66860142828 หรือที่ E-mail : [email protected] นอกจากนี้ยังมีการทำรายงานวิจัย และการให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงเผยแพร่บทวิจัยและบทวิเคราะห์ต่างๆ ออกสู่สาธารณะต่อเนื่อง
นายสุรเชษฐ ยังกล่าวอีกว่า งานบริการที่ผ่านมาที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า เช่น การทำรายงานวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นรายพื้นที่สำหรับโครงการที่อยู่อาศัย หรือโครงการพาณิชยกรรมรูปแบบอื่นๆ ตลอดจนโครงการ มิกซ์-ยูสขนาดใหญ่บนที่ดินแปลงใหญ่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เป็นต้น โดยทีมงานที่ประสบการณ์และหลากหลายความเชี่ยวชาญ รวมไปถึงการเป็นตัวกลางในการหาผู้ซื้อ-ผู้ขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม รีสอร์ตทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการหาผู้ร่วมทุนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยเครือข่ายพันธมิตรและสายสัมพันธ์ที่มีอยู่ในหลายประเทศ
พร้อมกันนี้ ผู้บริหารพร็อพเพอร์ตี้ดีเอ็นเอ ยังกล่าวให้ความเห็นถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในปัจจุบันว่า ยังอยู่ในช่วงปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งโดยรวมแล้วน่าจะดีขึ้นกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าธุรกิจอสังหาฯยังได้รับแรงกดดันทั้งจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และราคาประเมินราชการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมไปถึงราคาที่ดินที่สูงขึ้นตามความขาดแคลนของที่ดินในหลายๆ ทำเล ทำให้เจ้าของที่ดิน หรือผู้ประกอบการหลายรายเริ่มคิดหาวิธีสร้างรายได้จากที่ดินที่ถืออยู่ในมือ

นายสุรเชษฐกล่าวว่า สำหรับกำลังซื้อของผู้บริโภคนั้น จะมีผู้บริโภคบางกลุ่มได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่มากระทบกับรายได้ ทำให้ชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยออกไป แต่ขณะเดียวกันก็จะมีผู้บริโภคบางกลุ่มหรือบางเซกเม้นต์ที่มีกำลังซื้อสูงอยู่
ส่วนกำลังซื้อของชาวต่างชาติจะยังคงไม่กลับมาในระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด-19 ในปีนี้หรือปีหน้า ต้องรอให้การเดินทางระหว่างประเทศสะดวกมากขึ้น เพราะการซื้อหรือการโอนกรรมสิทธิ์นั้นสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยว หรือจำนวนของชาวต่างชาติที่พักอาศัยหรือทำงานในประเทศไทย การที่มีชาวต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เกิดขึ้น เพราะมีการซื้อขายไปก่อนหน้านี้แล้ว
“คนจีนยังคงซื้อและโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด ในไตรมาส1/2565 อยู่ที่ 4,570 ล้านบาท รัสเซีย ยุโรป อเมริกายังคงซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่อง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซียลดลง ส่วนอินเดีย กัมพูชา ออสเตรเลีย เข้ามาติดท็อปเท็น”
นายสุรเชษฐยังคาดการณ์ตลาดอสังหาฯในปี 2566 ตลาดคอนโดมิเนียมจะเริ่มฟื้นตัวดีกว่าปีนี้ โดยราคาไม่เกิน 1 แสนบาท/ตารางเมตรหรือไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อยูนิตจะยังคงเป็นที่สนใจ ตลาดบ้านจัดสรรยังคงเป็นทางเลือกที่ประกอบการสนใจ บ้านจัดสรรราคาแพงยังเป็นที่ต้องการ
ส่วนพื้นที่ค้าปลีกทางเจ้าของโครงการมีปรับพื้นที่เช่า ต้องการผู้เช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ พื้นที่ว่างลดลง ผู้เช่ารายเล็กลดลง ผู้เช่ารายใหญ่ขยายสาขาต่อเนื่อง
ด้านอาคารสำนักงานการทำงานที่ออฟฟิศยังไม่เหมือนเดิม ความต้องการพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นไม่มาก เจ้าของอาคารยังไม่สามารถขึ้นค่าเช่าได้ ผู้เช่าส่วนของร้านค้าลดน้อยลง การแข่งขันในตลาดมากขึ้น
ขณะที่โรงแรมหลังเกิดโควิด-19 ระบาด ในปีนี้ก็เริ่มดีขึ้น แต่เมืองท่องเที่ยวยังต้องรอต่างชาติมากกว่านี้ โรงแรมขนาด 4-5 ดาวสามารถเรียกลูกค้าได้มากกว่า เพราะค่าห้องยังปรับเพิ่มขึ้นไม่ได้มาก
สำหรับตลาวเซอร์วิสอพารืตเม้นต์ อัตราการเช่าเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะทำเลสุขุวิท รอบสวนลุมพินีเริ่มฟื้นตัว ชาวญี่ปุ่นยังเป็นลูกค้าหลัก กลุ่มตะวันตกเริ่มกลับมามากขึ้น และลูกค้ายังคงเลือกพักในโครงการที่คุ้นเคย

