นางสาวออมสิน ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน ) หรือ ( BYD) ธุรกิจการให้บริการธุรกรรมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตัวแทนซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (TFEX) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจปี 2565 รายได้จากธุรกิจหลักเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โบรกเกอร์ ) รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรึกษาทางการเงิน ทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ รวมถึงรายได้จากการกิจการขนส่งมวลชนที่บริษัทลงทุนผ่านบริษัทร่วม บริษัท เอช อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE) โดย ACE เข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ผู้ให้บริการเดินรถประจำทางในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดที่มีพื้นที่ต่อเนื่องด้วยรถบัสไฟฟ้า
ในปี 2565 บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลงทุนผ่านบริษัทร่วม บริษัท เอช อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE) ซึ่ง ACE ถือหุ้น 100% ในกิจการให้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะด้วยรถบัสไฟฟ้า บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ปัจจุบันบริษัทย่อยในกลุ่มของ TSB ให้บริการขนส่งมวลชนด้วยรถประจำทางไฟฟ้าแล้ว 8 สาย จำนวน 112 คัน และกำลังสั่งซื้อรถบัสไฟฟ้าเพิ่มเพื่อให้บริการภายในปีนี้อีก 96 คัน ซึ่งเดือนมีนาคม TSB ได้รับคัดเลือกจากกรมการขนส่งทางบกให้เป็นผู้ให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 71 สาย อยู่ระหว่างเตรียมสั่งซื้อรถบัสไฟฟ้าเพื่อมาให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 อย่างน้อย 758 คัน อีกทั้ง TSB อยู่ระหว่างเข้าลงทุนเพิ่มเติมด้วยซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท สมาร์ทบัสจำกัด (SMB) ผู้เป็นเจ้าของสัญญาเดินรถรวม 37 เส้นทาง บริษัท เอ็กซา โลจิสติก จำกัด ผู้เป็นเจ้าของสัญญาเดินรถ 2 เส้นทาง และบริษัท เอ็กซา โลจิสติก จำกัด ผู้เป็นเจ้าของสัญญาเดินรถ 4 เส้นทาง
นอกเหนือจากการเข้าลงทุนในการให้บริการด้วยรถบัสไฟฟ้าแล้ว TSB ยังจะเข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ตจำกัด (EST) ผู้ให้บริการเดินทางด้วยเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ซึ่งผลสำเร็จตามแผนดังกล่าวเป็นหนทาที่นำไปสู่การปรับโครงสร้างของบริษัท เป็นบริษัทลงทุน (Holding company) ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำแผนและเริ่มดำเนินการไตรมาส 3/2565 พร้อมตั้งเป้าร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นางสาวปทิตตา มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด กล่าวว่า ปี2565 บริษัทตั้งเป้ากำไรจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และวางเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดปี 2566 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1-2 % จากปี 2564 อยู่ที่ 0.1-0.2% โดยปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 ใน 10 ของธุรกิจหลักทรัพย์ต่อไป ล่าสุดบริษัท ได้พัฒนาโปรแกรมเทรด “ Beyond Intelligence Trading ” (MT5) ร่วมกับคู่ค้า เน้นคุณภาพการให้บริการและขยายฐานลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง โดย MT5 จะเป็นโปรแกรมที่ช่วยนักลงทุนวิเคราะห์และซื้อขายหุ้นอัตโนมัติด้วย Robot และมีระบบอัจฉริยะช่วยจับตาความเคลื่อนไหวของ Volume,Bid/Ask, Ticker ในตลาด
และปัจจัยสำคัญอีกด้านหนึ่งคือ บริษัทรับเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการลงทุน(มาร์เก็ตติ้ง) เพิ่มขึ้น ลงทุนระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ
ด้านรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ จะมีรายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 2 ราย และบริการด้านวาณิชธนกิจอื่นอีก 4-5 ราย รวมทั้งมีรายได้จากการเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายทั้งหุ้นกู้และหุ้นไอพีโอมากขึ้น ซึ่งครึ่งปีแรกร่วมเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นไอพีโอให้กับ 2 บริษัท คือ บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (FTI) และ บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) (TEKA)

