หน้าแรก เศรษฐกิจ YLG เผยรายได้...

YLG เผยรายได้ปี 64 แตะ 4.5 แสนล้าน นักลงทุนแห่ลงทุนทอง ดันพอร์ตออนไลน์พุ่ง 60%

19.07.22 | 13:36 น.

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2564 ว่า YLG มีรายได้รวม 4.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 23.56% นอกจากนี้ ผลการสำรวจของ Creden Data ระบุว่าผลการดำเนินงานของ YLG ในปีที่ผ่านมาถือเป็นบริษัทที่ทำรายได้สูงสุดเป็นลำดับที่ 4 ของบริษัทไทย ถึงแม้ว่าในช่วงปี 2564 จะเป็นช่วงที่มีความท้าทาย เนื่องจากภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 แต่บริษัทชั้นนำของไทยยังคงเติบโตเอาชนะวิกฤตได้อย่างดี

สำหรับการเติบโตของรายได้ดังกล่าว มาจากการขยายบริการของ YLG ให้ครอบคลุมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการซื้อขายทองคําแท่งบริสุทธิ์ 99.99% มาตรฐาน LBMA (London Bullion Market Association) และเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่มีบริการเปิดบัญชีเทรดทองคำแท่งออนไลน์ สามารถซื้อขายแบบราคาเรียลไทม์ Gold Spot 24 ชม. ผ่าน www.ylgopenacc.com/

“ช่วงปี 2564 ราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวผันผวน ส่งผลให้นักลงทุนทั้งรายเก่าและรายใหม่หันมาเก็งกำไรในทองคำมากขึ้น ส่วนปีนี้ YLG ประเมินว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจะแกว่งตัวผันผวนเช่นเดียวกับปีก่อน แม้ว่าเทรนด์ในระยะสั้นจะเป็นขาลง แต่นักลงทุนยังสามารถทำกำไรตามรอบของการดีดตัวช่วงสั้น ซึ่งการที่ราคาทองคำยิ่งแกว่งตัวนักลงทุนก็ยิ่งมีโอกาสเก็งกำไรในระหว่างทางได้สูงขึ้น จากปัจจัยเหล่านี้จึงสนับสนุนให้ในปีที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาเปิดบัญชีซื้อขายทองคำโดยเฉพาะบัญชีออนไลน์กับ YLG เพิ่มขึ้น 2 เท่า และในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้นอีก 60%”

สำหรับทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงนี้ YLG มองว่า หลังจากราคาลงมาทดสอบโซน 1,700-1,697 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นช่วงสั้นทดสอบแนวต้านโซน 1,736-1,751 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถ้าไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ อาจเกิดแรงขายกดให้ราคาอ่อนตัวลงอีกครั้งเพื่อสร้างฐานราคาต่อไป ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานต้องจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่จะมีขึ้นช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ว่าจะออกมาอย่างไร หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ก็จะไม่มีผลต่อราคาทองคำมากนักเนื่องจากเป็นไปตามที่ตลาดคาด แต่ถ้าหากปรับขึ้นมากกว่าอัตราดังกล่าวก็อาจจะส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำได้

ทั้งนี้ นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อทองคำในช่วงนี้สามารถดูจังหวะซื้อที่แนวรับ 1,700-1,697 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,676 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านมองที่ 1,736-1,751 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่การเคลื่อนไหวในรูปของเงินบาทคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 29,400 – 30,300 บาทต่อบาททองคำ
/

Advertisement