‘สรท.’ ชี้บาทอ่อนส่งผลต้นทุนผลิตพุ่ง ขอรัฐตรึงราคาน้ำมันให้นานที่สุด
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงแตะระดับ 36.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการนำเข้าสินค้าแน่นอน โดยเฉพาะประเทศไทยนำเข้าสินค้าหลักเป็นน้ำมันและเชื้อเพลิงด้วย ทำให้ราคาต้นทุนของสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้น รวมระบบขนส่งโลจิสติกส์ก็จะมีต้นทุนแพงขึ้น เรียกได้ว่าวัตถุดิบในการนำเข้ามาเพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศ อาทิ วัสดุก่อสร้าง ปุ๋ยที่ใช้ในอุตสาหกรรมเกษตร มีผลกระทบให้ราคาต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้เมื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ภาระก็ตกอยู่ที่ผู้ประกอบการ ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ประกอบการจะพิจารณาเรื่องต้นทุนอย่างไร เพราะท้ายที่สุดผลกระทบจะดันให้เกิดการปรับขึ้นราคาสินค้า และราคาสินค้าในประเทศจะสูงขึ้นอีก
“การช่วยแบ่งเบาผลกระทบของธุรกิจนำเข้าสินค้า อาทิ ในด้านราคาน้ำมัน ขณะนี้เห็นราคาน้ำมันอ่อนตัวลง และรัฐบาลสนับสนุนในเรื่องราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลขยายเวลาในการช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดผลกระทบในระยะถัดไป รวมถึงผู้ประกอบการอาจต้องพิจารณาการลดต้นทุนของธุรกิจในด้านอื่นๆ ที่สามารถทำได้ด้วย” นายชัยชาญ กล่าว
นายชัยชาญ กล่าวว่า การทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแบบมีเสถียรภาพมากขึ้นนั้น รัฐบาลนำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเข้ามาดูแลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมองว่าตอนนี้ก็มีการติดตามและประเมินผลอยู่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน รวมถึงการตรึงราคาน้ำมัน ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ต้นทุนเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การตรึงราคาน้ำมันดีเซล ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ส่วนในแง่ของการรักษาดอกเบี้ยนโยบายไม่ให้ปรับสูงเกินไป และเร็วเกินไป จนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ซึ่งขณะนี้ต้องการส่งเสริมให้รัฐบาลเติมสภาพคล่องให้กับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัว และอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้

